หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชน รับพิษ ...

เอกชน รับพิษ น้ำท่วมพัทยา ทุบยกเลิกจองเที่ยวพุ่ง 20% กระทบ ธุรกิจซบเซากว่าเดิม

2.10.26 | 15:52 น.

เอกชนรับพิษน้ำท่วมพัทยาทุบยกเลิกจองเที่ยวพุ่ง 20% กระทบธุรกิจซบเซากว่าเดิม

เมื่อวันที่ 2 ตุลคม นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเมืองพัทยาโดยส่วนใหญ่ แม้ใช้เวลาระบายน้ำน้อยลงกว่าเดิมจากที่เคยท่วมข้ามวันเหลือเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น หลังฝนหยุดตกก็สามารถระบายได้หมด แต่ส่วนใหญ่เป็นการท่วมขังในจุดเดิมๆ อาทิ ถนนเลียบทางรถไฟ ถนนสุขุมวิทช่วงพัทยาใต้ และถนนสาย 3 โดยเหตุการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักโดยปัญหามอเตอร์เวย์เกิดจากทางคู่ขนานระบายน้ำไม่ทัน จนแรงน้ำดันคันกั้นระหว่างทางคู่ขนานกับมอเตอร์เวย์ ทำให้การจราจรติดขัดหนัก นักท่องเที่ยวต้องเบี่ยงออกทางบางแสนและหนองมน ใช้เวลาเดินทางยาวนานกว่าเดิม 4-5 ชั่วโมง ผลกระทบจึงเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อมีภาพเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ที่ข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว


“ชลบุรี โดยเฉพาะพัทยา ต้อนรับนักท่องเที่ยวคนไทยจากพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนมากในแต่ละปี เมื่อนักท่องเที่ยวไทยจาก กทม.ประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านและเดินทางออกจากพื้นที่ลำบาก จึงแจ้งยกเลิกและขอเลื่อนการเดินทางจำนวนมาก รวมถึงเจอกลุ่มจัดประชุมสัมมนาของหน่วยงานราชการและองค์กรเอกชน (Corporate) มีการแจ้งขอยกเลิกและขอเลื่อนการจัดงานงานออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนดเพราะน้ำท่วม ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอกการมากขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ที่ลูกค้าต่างชาติหายไปบางส่วน ซึ่งประเมินในภาพรวมยอดยกเลิกห้องพักและเลื่อนการเข้าพัก มีเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ” นายธเนศ กล่าว

นายธเนศ กล่าวว่า ปัญหาการระบายน้ำของพัทยามีปัจจัยเชิงโครงสร้างเนื่องจากภูมิประเทศของเมืองพัทยาเป็นพื้นที่ท้องกระทะและล้อมรอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ข้างเคียงที่มีพื้นที่สูงกว่า อาทิ เทศบาลและอบต.หนองปรือ เมื่อฝนตกหนัก พื้นที่ข้างเคียงจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากพื้นที่ตนเอง ทำให้น้ำไหลลงมารวมกันที่ถนนเลียบทางรถไฟพัทยา จึงไม่สามารถนำงบประมาณของตนเองไปลงทุนก่อสร้างระบบระบายน้ำในเขตพื้นที่ข้างเคียงได้ ภาคเอกชนมีข้อเสนอให้รัฐบาลกลางเข้ามาเป็นเจ้าภาพเร่งรัดและขับเคลื่อนแผนระบบระบายน้ำภาพรวม ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองเคยศึกษาไว้เมื่อ 7-8 ปีก่อน วงเงินงบประมาณ 26,000 ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกับพื้นที่ข้างเคียงให้ครบวงจร ไม่เช่นนั้นปัญหาก็จะเกิดขึ้นแบบนี้ซ้ำๆ

นายธเนศ กล่าวว่า วัฏจักรฤดูกาลท่องเที่ยว (Seasonality) ของพัทยาและชลบุรี ตามสถิติแล้วในช่วงเดือนมิถุนายนและกันยายนในทุกปี มักเป็นภาวะซบเซาในการเดินทางท่องเที่ยว ถือเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) มากที่สุดของทั้งปี โดยเฉพาะเดือนกันยายน ถือเป็นเดือนที่แย่ที่สุดแล้ว เนื่องจากทุกตลาดพร้อมใจกันลดการเดินทาง ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวคนไทย เพราะเด็กนักเรียนเปิดเทอมแล้ว การเดินทางท่องเที่ยวแบบเป็นครอบครัวในระยะใกล้ๆ กรุงเทพฯ จึงหมดลง อีกทั้งตอนนี้ยังมีเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และอีกหลายพื้นที่เข้ามาเป็นผลกระทบที่ซ้ำเติมภาวะธุรกิจที่ซบเซาอยู่แล้วให้เงียบเหงามากเข้าไปใหญ่ ผู้ประกอบการจึงคาดหวังเห็นการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลมากกว่านี้

Advertisement

“พื้นที่พัทยาแม้ปริมาณน้ำท่วมไม่ได้สูงมากเท่าอดีต แต่ต้องยอมรับว่า เมื่อเกิดฝนตกหนักแล้วน้ำขังสูง ใช้เวลานานในการระบายก็ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว รวมถึงการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่เช่นกัน เนื่องจากการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ได้สะดวกมากเท่าเดิม ผลกระทบในตอนนี้แม้ไม่ได้รุนแรงแต่ก็ยังถูกกระทบอยู่” นายธเนศ กล่าว