คปภ. สั่งประกันภัยรายงานยอดเคลมจริง แยกสถานะเคลมรถยนต์ให้ชัด เปิดสายด่วน 1186 ตลอด 24 ชม.
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่่ 2 ตุลาคม ได้มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ และนายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เป็นประธานร่วมในการประชุมติดตามและเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย ครั้งที่ 2/2569 ณ สำนักงาน คปภ. เพื่อรับทราบสถานการณ์ความเสียหายและความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย ตลอดจนรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อนำไปกำหนดแนวทางแก้ไขและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในระยะต่อไป โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ซึ่งขณะนั้นหลายพื้นที่ยังประสบอุทกภัยและการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนยังไม่ครบถ้วน ทำให้ยังไม่สามารถประเมินภาพรวมความเสียหายได้อย่างชัดเจน
นายชูฉัตร กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ขณะที่บริษัทประกันภัยมีข้อมูลความเสียหายและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น จึงเป็นช่วงสำคัญในการรวบรวมข้อมูลให้สะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งจำนวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ประเภททรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ความคืบหน้าการสำรวจและประเมินความเสียหาย ตลอดจนการพิจารณาและชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยสำนักงาน คปภ. เน้นย้ำให้บริษัทประกันภัยตรวจสอบและรายงานข้อมูลให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ประเมินภาพรวมความเสียหายและกำหนดแนวทางช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือการจัดทำข้อมูลประมาณการค่าสินไหมทดแทนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Claim Reserve) โดยขอให้บริษัทประกันภัยประเมินวงเงินสำรองให้ใกล้เคียงกับความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์สะท้อนภาระความเสียหายได้อย่างแม่นยำ
นายชูฉัตร กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือการติดตามสถานะการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะกรณีรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการซ่อม เนื่องจากบางกรณีมีการชำระค่าใช้จ่ายบางส่วนและบันทึกสถานะว่าดำเนินการแล้ว แต่กระบวนการซ่อมรถยนต์ยังไม่เสร็จสิ้น จึงขอให้บริษัทแยกข้อมูลรถยนต์ที่ต้องเข้าซ่อม รถยนต์ที่ซ่อมแล้วเสร็จ และรถยนต์ที่ยังอยู่ระหว่างการซ่อมให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามปัญหาและประเมินความคืบหน้าได้ตรงกับข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. แนะนำให้บริษัทประกันภัยบริหารจัดการและกระจายผู้สำรวจภัยและผู้ประเมินความเสียหายอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีบุคลากรเพียงพอรองรับจำนวนผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่ รวมถึงปรับกระบวนการสำรวจและประเมินความเสียหายให้มีความคล่องตัว ลดความล่าช้า และช่วยให้การพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
นายชูฉัตร กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้ทบทวนแนวทางการช่วยเหลือที่หารือร่วมกันจากการประชุมครั้งแรก ทั้งการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วัน สำหรับกรณีที่สามารถพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน รวมถึงการสำรวจและประเมินความเสียหายของรถยนต์ตามระดับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อให้การพิจารณาค่าสินไหมทดแทนมีความเหมาะสมกับสภาพความเสียหายจริง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาที่บริษัทประกันภัยไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมปัญหาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปัญหาการเคลื่อนย้ายรถยนต์และการจัดหารถยก ซึ่งได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมถึงกรณีรถยนต์ที่ติดภาระทางการเงินซึ่งอาจต้องประสานกับภาคธนาคาร เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและอุปสรรคในการดำเนินการของบริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันภัย
นายชูฉัตร กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. กำหนดให้บริษัทประกันภัยรายงานข้อมูลความเสียหายและความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยติดตามตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การสำรวจและประเมินความเสียหาย การพิจารณาและชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ไปจนถึงกรณีรถยนต์ที่ต้องเข้ารับการซ่อมจนดำเนินการแล้วเสร็จ เพื่อให้ทราบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนและสามารถประสานแก้ไขได้ตรงจุด พร้อมจัดให้มีช่องทางประสานงานโดยตรงระหว่างสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดประชุมติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือเป็นระยะ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนและภาครัฐต่อระบบประกันภัย
นายชูฉัตร กล่าวว่า ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ขอให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก หากได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ขอให้รีบแจ้งบริษัทประกันภัยที่ทำประกันภัยไว้โดยเร็ว เพื่อให้สามารถเข้าสู่กระบวนการสำรวจและประเมินความเสียหายได้ทันเวลา สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือประสบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้” เพื่อสอบถามข้อมูลและขอรับความช่วยเหลือด้านการประกันภัย

