นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยในงานเสวนาโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) ซึ่งจัดโดยสคร.ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ว่า โครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่เข้าร่วมการเปิดเผยข้อมูลในโครงการ CoST ในขณะนี้เป็นโครงการที่เกิดจากการสมัครใจเข้าร่วมโครงการ โดยมีทั้งหมด 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวมไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 โดยโครงการนี้จะเป็นโครงการนำร่องโครงการแรก โดยมีทีดีอาร์ไอเข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบ 2.โครงการก่อสร้างทางด่วนพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกฯ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 3.โครงการก่อสร้างอาคารสถาบันโรคผิวหนังพร้อมรื้อถอน ของกรมการแพทย์ 4.โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่ระยะที่ 2 ของกรมชลประทาน และ 5.โครงการก่อสร้างทางวิ่ง ทางขับและลานจอดเครื่องบิน ท่าอากาศยานเบตง ของกรมท่าอากาศยาน
“โครงการ CoST จะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่จะเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างโครงการภาครัฐ ให้มีความโปร่งใสและมีมาตรฐานมากขึ้น โดยรูปแบบการเปิดเผยข้อมูลจะมีคณะกรรมการหรือมัลติ สเตกโฮลเดอร์ จากหน่วยงานาภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเข้ามาตรวจสอบว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลในระดับไหน อย่างไรบ้าง รวมถึงจะมีการย่อยข้อมูลเพื่อเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะทราบในรูปแบบที่เข้าใจง่ายมากขึ้น โดยโครงการแรกที่เข้าโครงการ CoST คือ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 โดยมีทีดีอาร์ไอเป็นผู้ติดตามข้อมูล” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติกล่าวว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 สิงหาคม 2560 มีหมวดที่ระบุถึงการส่งเสริมความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งโครงการ CoST จะเข้าไปอยู่ในส่วนนี้ด้วย ซึ่งมีความเป็นไปได้ในอนาคตว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่าโครงการเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องเข้าโครงการ CoST ควบคู่กับการทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ด้วย
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. กล่าวว่า การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของทอท.มี 3 โครงการใหญ่ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ปีงบประมาณ 2554-2560) กรอบวงเงิน 62,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารจาก 45 ล้านคนต่อปีเป็น 60 ล้านคนต่อปีในปี 2562 2.โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (เทอร์มินอล2) กรอบวงเงินประมาณ 34,000 ล้านบาท เพื่อขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 90 ล้านคนต่อปี และ 3.โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ Perimeter Taxiway กรอบวงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท
น.ส.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า กฎหมายการเปิดเผยข้อมูลไทยล้ำหน้ากว่าในหลายๆ ประเทศด้วยซ้ำ แต่ยังปัญหาคือเรื่องการบังคับใช้และความชัดเจนของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม มีความเห็นว่าโครงการ CoST ทำให้มีการตื่นตัวและให้มีมาตรฐานสากลมากขึ้น ดังนั้นการที่ไทยเข้าร่วมโครงการ CoST หรือโครงการอื่นๆ อย่างโครงการพัฒนาระบบศูนย์กลางข้อมูลภาครัฐแบบเปิด (Open Government) ก็ดี เป็นการส่งสัญญาณไปยังต่างชาติ เกี่ยวกับคอมมิทเม้นท์เกี่ยวกับมาตรการความโปร่งใสสากล อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ทุกอย่างมุ่งไปหาโครงการ CoST โดยไม่ดูกฎระเบียบ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลควรพิจารณาด้วยว่าสภาพแวดล้อมเอื้อให้รัฐวิสาหกิจสามารถเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ด้วย โดยเฉพาะการนิยามความหมายของข้อมูลลับทางราชการ ยังไม่ชัดเจนและไม่มีมาตรฐาน ตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร
“เมื่อยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อมูลส่วนไหนเปิดเผยได้ เปิดเผยไม่ได้ ทำให้เรื่องนี้เป็นสีเทา จึงมองว่าควรจะต้องแก้สภาพแวดล้อมให้มีความชัดเจน เอื้อต่อการเปิดเผยข้อมูลของโครงการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ” น.ส.เดือนเด่นกล่าว

