หน้าแรก เศรษฐกิจ บอร์ดกสทช. 6 ...

บอร์ดกสทช. 6 คน ถกนัดพิเศษ รับทราบ 5 วาระ แม้ติดขัดห้องประชุม-ไร้เจ้าของเรื่องแจง ถกใหม่ 8 ต.ค.

6.10.26 | 14:01 น.

กรรมการบอร์ด กสทช.ประชุมพิเศษ ย้ายห้อง-ไร้เจ้าหน้าที่เจ้าของเรื่องชี้แจง พิจารณาวาระเพื่อทราบ 5 วาระ นัดถกใหม่ 8 ต.ค.

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กรรมการบอร์ด กสทช. 6 ท่าน ได้จัดประชุมนัดพิเศษ ครั้งที่ 2/2569 รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมในครั้งนี้ กล่าวชี้แจงภายหลังการประชุมว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ใช้ห้องประชุมชั้น 12 ไว้อย่างชัดเจน แต่เมื่อไปถึงกลับไม่มีการจัดเตรียมสิ่งต่างๆ สำหรับรองรับการประชุม ทำให้ไม่สามารถใช้ห้องดังกล่าวดำเนินการประชุมได้ตามแผน กรรมการจึงย้ายลงมาที่ชั้น 2 และแจ้งให้เจ้าหน้าที่เปิดห้องเพื่อดำเนินการประชุมต่อไป ยืนยันว่ากรรมการมีความตั้งใจที่จะประชุมและทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่ได้ต้องการให้การประชุมต้องหยุดชะงักเพียงเพราะปัญหาด้านสถานที่


รศ.ดร.ศุภัชกล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาวาระเพื่อทราบครบทั้ง 5 วาระแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการในส่วนของวาระพิจารณาที่ค้างอยู่ได้ (วาระ Routine ที่มีกำหนดระยะเวลา) เนื่องจากต้องมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบวาระต่างๆ เข้ามาชี้แจงต่อกรรมการ เพื่อให้สามารถซักถามและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ หากไม่มีใครมาชี้แจง กรรมการก็อาจตัดสินใจผิดพลาดได้ เพราะหลายเรื่องเป็นเรื่องใหญ่และเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ จึงไม่ต้องการฝืนพิจารณาโดยข้อมูลไม่ครบถ้วน

“กรรมการจะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในวาระต่างๆ เข้ามาชี้แจงในที่ประชุม และให้เราซักถาม เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง รอบคอบ ไม่มีใครมาชี้แจง เราก็อาจจะผิดพลาดอะไรไปได้ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นประโยชน์สาธารณะ” รศ.ดร.ศุภัชกล่าว

รศ.ดร.ศุภัช กล่าวว่า ทั้งนี้ วาระ Routine ที่มีกำหนดระยะเวลาที่ยังไม่ได้พิจารณา มีทั้งเรื่อง ITU เรื่องการเจรจา เรื่องคดีปกครอง และ Roadmap รวมถึงวาระค้างพิจารณาที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องนำกลับมาพิจารณาให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถเดินหน้าการทำงานต่อไปได้ โดยจะทำหนังสือถึงนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองรักษาการเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการสำนักงาน กสทช. เพื่อให้จัดการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 พร้อมแจ้งวาระและรายละเอียดที่ต้องเตรียมให้ชัดเจนขึ้น การประชุมครั้งต่อไปจะไม่มีวาระเพื่อทราบแบบครั้งนี้ แต่จะเข้าสู่วาระค้างพิจารณา เพื่อให้กรรมการได้เริ่มพิจารณาเรื่องสำคัญต่างๆ อย่างรอบคอบ

Advertisement

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. กล่าวว่า รูปแบบการประชุมตามปกติจำเป็นต้องมีข้อมูลสนับสนุนโดยเจ้าหน้าที่จากสำนักต่างๆ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องจะต้องเข้ามาชี้แจง เพื่อให้กรรมการได้รับข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน สิ่งสำคัญคือผู้บังคับบัญชาของสำนักงานควรเห็นถึงประโยชน์สาธารณะ และจัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเจ้าหน้าที่มาชี้แจงข้อมูลต่อกรรมการ เพื่อให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า การที่กรรมการพูดถึง “สำนักงาน” ไม่ได้หมายความรวมถึงพนักงานทุกคนของสำนักงาน แต่หมายถึงบุคคลที่รับผิดชอบ

“ทั้ง 6 คนก็อยากที่จะทำหน้าที่ในเรื่องของการประชุมกรรมการ กสทช. และอยากเคลียร์วาระต่างๆ ไปให้ได้มากที่สุด แต่ในเมื่อยังมีปัญหาอุปสรรค เราก็ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าว

พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าวว่า ขออ้างอิงความเห็นทางกฎหมาย ซึ่งให้ความเห็นว่า ในเชิงธุรการและงานทั่วไป สำนักงาน กสทช.ขึ้นตรงกับประธาน กสทช. แต่ในเชิงนโยบายสำนักงานถือเป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการ กสทช. ขณะเดียวกัน ความเห็นดังกล่าวยังระบุว่า ปัจจุบัน กสทช.ต้องถือว่าไม่มีประธาน กสทช. เนื่องจากคำสั่งศาลทำให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานได้ ดังนั้น การที่สำนักงานหรือนายไตรรัตน์ ยังคงอ้างว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นประธาน กสทช. จึงเป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลต้องใช้วิจารณญาณและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง

“ที่ผ่านมาผมอ่านข่าวแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ที่มีการมองว่าเป็นนิติสงคราม หรือการที่จะมาฟ้องร้องกันแต่ละฝ่าย ในขณะที่พวกผม 4 คนโดนฟ้องมาตลอด เพราะฉะนั้นอันนี้มันไม่ใช่เรื่องนิติสงครามเลย มันเป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่าปัจจุบัน ทั้งกรรมการที่เหลือทั้ง 6 คนต้องการทำหน้าที่ ส่วนใครที่ไม่ยอมทำหน้าที่หรือไม่รับมติบอร์ด หรือคิดว่า นพ.สรณ ยังอยู่ในตำแหน่ง ก็เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ก็ไม่ทราบได้” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าว