หน้าแรก เศรษฐกิจ สุรศักดิ์ หัว...

สุรศักดิ์ หัวโต๊ะถก ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท ลดพึ่งงบรัฐ ดึง 8 พันล้านพัฒนาเที่ยวไทย

6.10.26 | 17:14 น.

สุรศักดิ์ หัวโต๊ะถกสรุปเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน หวังทลายข้อจำกัดงบประมาณพัฒนาเที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานที่ประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือค่าเหยียบแผ่นดิน ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C เพื่อรับฟังความเห็นจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมนั้น พบว่า มีผู้เห็นด้วยกับร่างประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 80.50% คิดจากการการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 โดยกระทรวงจะนำข้อมูลทั้งสองส่วนไปพิจารณากำหนดแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียม การจัดทำประกันภัยเพื่อลดภาระค่ารักษาของรัฐ และนำรายได้ไปจัดสรรเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านกองทุนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้


ทั้งนี้ การหารือกันในที่ประชุม มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมตัวแทนภาคเอกชนและภาครัฐ อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมหอการค้าจีน กลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์ กรุ๊ป สยามพิวรรธน์ คิง เพาเวอร์ แพลทินัม กรุ๊ป สมาคมโรงแรมไทย สายการบินนานาชาติ และบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน

ค่าเหยียบแผ่นดิน

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวถือเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย สะท้อนจากสถิตินับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน กันยายน 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้วกว่า 22 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านบาท แต่ที่ผ่านมารายได้ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีข้อจำกัดทางงบประมาณแผ่นดิน ทำให้ต้องพึ่งพาทรัพยากรของหน่วยงานอื่นมาโดยตลอด อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม คมนาคม โดยไม่มีงบประมาณไปอุดหนุนหน่วยงานเหล่านั้น การจัดตั้งกองทุนนี้จึงเป็นการนำรายได้นอกงบประมาณมาใช้ประโยชน์ร่วมกันในทุกมิติ โดยเฉพาะการรักษาความเชื่อมั่นจึงต้องครอบคลุมทั้งความปลอดภัยของผู้เดินทางและคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งผลการรับฟังครั้งนี้จะช่วยให้เราออกแบบนโยบายในการสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยว จัดหาประกันภัยที่คุ้มครองนักท่องเที่ยวและบรรเทาภาระของสถานพยาบาล ลดภาระภาษีประชาชน พร้อมนำรายได้ไปดูแลแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนอย่างทั่วถึง

Advertisement

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับร่างประกาศฯ เสนอจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่ 450 บาทต่อคน เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ ที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางอากาศเมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ และชะลอทางบก – ทางน้ำไว้ 1 ปี โดยรายได้จะส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ส่วนหนึ่งจะนำไปจัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวผู้ชำระค่าธรรมเนียม ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต และค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความคุ้มครอง อีกส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณประจำปีเพียงช่องทางเดียว

“รายได้หลังหักค่าจัดเก็บและค่าประกันภัย คาดว่าจะมีเม็ดเงินอย่างน้อยประมาณ 8,000 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยการหารือครั้งนี้ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ว่าเงินกองทุนควรสนับสนุนพื้นที่ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรให้ทั่วถึง พร้อมข้อเสนอในการกำหนดหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินให้ตรวจสอบได้ โดยกล้าพูดว่า การจัดตั้งกองทุนในวันนี้ แน่นอนกองทุนจะต้องตามไปหน่วยงานใหม่ที่จะใช้ชื่อว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ตัวเองไม่ได้ใช้แน่นอน แต่เห็นว่าจำเป็นต้องทำ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า มีข้อมูลเปรียบเทียบระบุว่ากว่า 80 ประเทศมีการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างกัน ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และบาหลี โดยไทยมีเป้าหมายให้ผู้มาเยือนร่วมสมทบค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยและการดูแลแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดการพึ่งพาภาษีคนไทยเพียงทางเดียว ส่วนภาระค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติของสถานพยาบาลรัฐตามแนวชายแดนที่เรียกเก็บไม่ได้ ซึ่งมีตัวเลขประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมชาวต่างชาติหลายกลุ่ม ขณะที่ประกันภัยภายใต้มาตรการนี้ มุ่งคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่ชำระค่าธรรมเนียม กระทรวงฯ จึงเน้นออกแบบประกันภัยที่สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิและเบิกจ่ายได้จริง เพื่อลดค่ารักษาที่เรียกเก็บไม่ได้และภาระภาษีประชาชน พร้อมตรวจสอบปีฐานและขอบเขตตัวเลขกับหน่วยงานสาธารณสุข

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ด้านภาคเอกชนเสนอให้กำหนดอัตราที่ไม่กระทบการตัดสินใจเดินทาง จัดเก็บโดยไม่เพิ่มความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาข้อยกเว้นสำหรับผู้ค้าชายแดนและผู้เดินทางข้ามแดนประจำ และสื่อสารสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ชัด แม้ประเมินว่านักท่องเที่ยวกว่า 80% โดยเฉพาะจากยุโรปและสหรัฐ จะมีประกันเดินทางอยู่แล้ว พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ภาครัฐเปิดเผยรายรับ การเบิกจ่าย ค่าประกันภัย และผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งกองทุนรับไปพิจารณากลไกกำกับดูแลให้ตรวจสอบได้