หน้าแรก เศรษฐกิจ  คมนาคม ตั้ง ...

 คมนาคม ตั้ง คณะอนุกรรมการ 4 ชุด เดินหน้าระบบตั๋วร่วมทั่ว ปท.-ทบทวนแผน 5 ปี

7.10.26 | 16:33 น.

 คมนาคม ตั้ง คณะอนุกรรมการ 4 ชุด เดินหน้าระบบตั๋วร่วมทั่ว ปท.-ทบทวนแผน 5 ปี


เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 4/2569 ว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) โดยมีมติเห็นชอบให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบกิจการ CCH ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งให้กรุงไทยดำเนินการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ซึ่งกำหนด ค่าแรกเข้าสูงสุดไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว นั้น ที่ประชุมรับทราบการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชน รวมทั้งความคืบหน้าการโอนโครงการรถไฟฟ้าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ทบทวนแผนการดำเนินงานพัฒนาระบบตั๋วร่วมระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2573) ฉบับทบทวนเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า และให้การขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อเร่งขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมให้ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี การคำนวณค่าโดยสาร การกำกับติดตาม และการขยายระบบไปยังภูมิภาค ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณอัตราค่าโดยสารร่วม คณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในการขนส่งสาธารณะ และคณะอนุกรรมการขยายผลการดำเนินการระบบตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสารร่วมในจังหวัดภูมิภาค

Advertisement

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โดยคณะอนุกรรมการด้านเทคโนโลยีจะรับผิดชอบกำหนดมาตรฐานระบบ สื่อชำระเงิน โปรโตคอลการเชื่อมต่อ รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการประมวลผลข้อมูลของ CCH ขณะที่คณะอนุกรรมการด้านค่าโดยสารจะพัฒนาหลักเกณฑ์และสูตรคำนวณค่าโดยสารร่วม รวมถึงการยกเว้นหรือลดค่าแรกเข้า โครงสร้างราคาสำหรับกลุ่มสวัสดิการสังคม ตลอดจนหลักเกณฑ์การแบ่งปันรายได้และการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม ส่วนการขยายระบบในภูมิภาค จะบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบตั๋วร่วมให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานและรูปแบบการเดินทางของแต่ละจังหวัด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาระบบตั๋วร่วมไม่ได้เป็นเพียงการปรับรูปแบบการจัดเก็บค่าโดยสาร แต่เป็นการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะ โดยนำเทคโนโลยีและหลักวิชาการมาใช้ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และทำให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะได้อย่างเสมอภาค