เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมาว่า พ.ร.ก.การบริหารจัดการคนต่างด้าวที่ออกมาใหม่นี้ ในส่วนตัวมองว่าเป็น พ.ร.ก.ที่ออกมาคุมเข้มและมีการกำหนดโทษในเรื่องค่าปรับที่สูงมากเกินไป โดยแต่เดิมมีการกำหนดค่าปรับเป็นแบบรวม แต่ฉบับใหม่เป็นรายบุคคลและแต่ละคนแต่ละความผิดมีค่าปรับที่สูงมาก ซึ่งในส่วนของภาคประมง (ในเรือ) นั้น ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ เพราะค่อนข้างที่จะพอปรับตัวเข้าไปหา พ.ร.ก.ฉบับใหม่นี้ได้ เนื่องจากชาวประมงในเรือได้ถูกดำเนินการในเรื่องของการคุมเข้มแรงงานต่างด้าวมาก่อนแล้ว ตั้งแต่ในช่วงระยะ 1 – 2 ปีที่ผ่านมา โดยชาวประมงนั้น ได้เคยถูกปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ไปจนถึง 30 ล้านบาท (เรือนอกน่านน้ำ) ซึ่งเป็นการปรับตามขนาดตันกรอสของเรือ ดังนั้นชาวประมงจึงต้องแก้ไขทุกอย่างเพื่อทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งเรื่องของเรือ อุปกรณ์ในเรือ ข้อมูลเรือ และแรงงานในเรือ เป็นต้น
“แต่ในส่วนของภาคประมงถ้าจะมีผลกระทบจริงๆ ก็คงเป็นในเรื่องที่ทางรัฐบาลไม่ยอมให้มีการจดทะเบียนใหม่ ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน เพราะแรงงานที่นำเข้ามาตาม MOU ก็ไม่สามารถที่จะนำไปทำงานในเรือประมงได้ เนื่องจากเป็นไปตามข้อบังคับของประเทศต้นทาง (เมียนมาร์) ทั้งนี้ชาวประมง จึงต้องการที่จะมีการเรียกร้องให้มีการอนุญาตนำแรงงานเข้ามาเพื่อการลงไปทำงานในเรือประมงโดยเฉพาะ โดยอยากให้ภาครัฐช่วยผลักดันให้เรื่องของการนำแรงงานข้ามชาติมาใช้ในเรือประมงได้เป็นผลสำเร็จ ไม่เช่นนั้นเรือประมงทุกลำก็ต้องจอด ไม่สามารถออกไปทำประมงได้ เพราะไม่มีแรงงาน แล้วก็จะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องไปถึงประมงบนฝั่งและธุรกิจหรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประมงทั้งหมด ส่วน พ.ร.ก.ต่างด้าวฉบับใหม่นี้ จะมีผลกระทบกับ อุตสาหกรรมประมงต่อเนื่อง และผู้ใช้แรงงานบนฝั่งตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้า ผู้ขายของรายเล็กๆ ที่ต้องจ้างลูกจ้างเป็นแรงงานต่างด้าวมากกว่า”

