หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมภัตตาคาร...

สมาคมภัตตาคารไทย ผนึก ส.เอสเอ็มอี ร้องผ่าน กรอ. วอนรัฐเร่งเคลียร์ 5 ปัญหาจากภัยน้ำท่วม

10.10.26 | 13:15 น.

สมาคมภัตตาคารไทย ผนึก ส.เอสเอ็มอี ร้องผ่าน กรอ. วอนรัฐเร่งเคลียร์ 5 ปัญหาจากภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยกับมติชนว่า สมาคมฯได้รับข้อร้องเรียนจากสมาชิกและผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมาก ถึงผลกระทบที่ได้รับทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์น้ำท่วมและท่วมขังนานตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินร้านค้า เปิดจำหน่ายตามปกติไม่ได้ กระทบต่อรายได้ลดลง พร้อมกับต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ มากกว่าช่วงปกติหลายเท่าตัว โดยสมาคมฯจะรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนถึงกลางเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นจะสรุปปัญหาและข้อเรียกร้องทำเป็นเอกสาร เสนอผ่านประธานสมาคมพันธ์เอสเอ็มอีไทย เพื่อให้นำเรื่องเข้าหารือในการประชุมกรอ.(คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมส่งไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป


นางฐนิวรรณ กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ได้รับร้องเรียน เบื้องต้น ได้แก่

1. ปรับเกณฑ์ “ค่าซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง” ให้ยืดหยุ่นตามการลงทุนจริง ปัญหาเดิม รัฐมองแค่ว่าใครเป็นเจ้าของโฉนด/อาคาร เงินค่าซ่อมแซมโครงสร้างจึงตกเป็นของ “ผู้ให้เช่า” ทั้งหมด ทั้งที่หลายกรณีผู้เช่าเป็นคนจ่ายเงินรีโนเวท ทำหน้าร้าน หรือต่อเติมเอง ส่วนข้อเสนอแก้ไข: ให้เพิ่มข้อกำหนดว่า “หากผู้เช่ามีหลักฐานการลงทุนต่อเติม ตกแต่ง หรือซ่อมแซมอาคาร ให้สิทธิ์ผู้เช่าเป็นผู้รับเงินเยียวยาในส่วนสิ่งปลูกสร้างที่ตนเองลงทุน” โดยใช้สัญญาเช่า ภาพถ่าย หรือบิลค่าตกแต่งเป็นหลักฐาน ยืนยันร่วมกันระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า

2. แยกวงเงินช่วยเหลือ “เครื่องมือประกอบอาชีพ/ทรัพย์สินร้านค้า” ออกจากตัวอาคารให้ชัดเจน ปัญหาเดิม: เงินช่วยเหลือมักจะรวมเป็นก้อนเดียว หรือเน้นไปที่ตัวบ้าน/อาคาร ทำให้ร้านอาหาร หอพัก หรือร้านค้าที่เช่าพื้นที่อยู่ ได้รับเงินช่วยเหลือค่าทรัพย์สินหรือเครื่องมือทำกินในสัดส่วนที่ต่ำมาก ไม่คุ้มกับความเสียหายจริง ส่วนข้อเสนอแก้ไข: กำหนด “วงเงินฟื้นฟูกิจการสำหรับผู้เช่าประกอบอาชีพ” แยกต่างหากอย่างชัดเจน (เช่น ค่าเครื่องครัว ตู้เย็น โต๊ะเก้าอี้ ระบบสต็อกสินค้า) โดยให้จ่ายตรงถึงผู้เช่าที่ลงทะเบียนประกอบกิจการหรือมีใบอนุญาตท้องถิ่นทันที โดยไม่ต้องผ่านเจ้าของที่ดิน

Advertisement

3. กรณีหอพัก/บ้านเช่า: เพิ่ม “เงินชดเชยความเสียหายของทรัพย์สินส่วนบุคคล” ให้ผู้เช่า ปัญหาเดิม: เวลาเกิดน้ำท่วมหรือไฟไหม้ หอพักเสียหาย เจ้าของหอพักได้เงินเยียวยาค่าซ่อมตึก แต่ผู้เช่าห้องพักที่เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ทรัพย์สินเสียหายทั้งห้อง กลับไม่ได้รับเงินเยียวยาตรงจากรัฐ ส่วนข้อเสนอแก้ไข: ออกเกณฑ์ “เงินช่วยเหลือผู้เช่าอยู่อาศัยรายห้อง” โดยให้ผู้เช่าสามารถลงทะเบียนยื่นขอรับเงินช่วยเหลือค่าทรัพย์สินส่วนตัวเสียหายได้โดยตรง โดยใช้สัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองการพักอาศัยจากผู้ให้เช่าประกอบ

4. ปรับขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ์ให้ง่าย และใช้ระบบ “ข้อตกลงร่วม (MOU)” ปัญหาเดิม: รัฐกลัวการจ่ายเงินซ้ำซ้อนหรือจ่ายผิดคน เลยตัดปัญหาด้วยการยึดชื่อเจ้าของโฉนดเป็นหลัก ส่วนข้อเสนอแก้ไข: ในแบบฟอร์มขอรับการช่วยเหลือ ให้มีช่อง “หนังสือยินยอมและแบ่งปันสิทธิ์” ระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช่น โครงสร้างตึกให้เจ้าของ แต่ตกแต่งและของข้างในให้ผู้เช่า

5. กรณีร้านอาหาร/ห้องเช่าที่ขอใบอนุญาตกับทางเขต /ท้องถิ่น รัฐควรกำหนดเงื่อนไขชดเชยให้ทั้งผู้ให้เช่ากับผู้เช่า แยกจากกัน ส่งเอกสารสัญญาเช่าพร้อมใบขออนุญาตก็ได้ ทุกวันนี้จ่ายให้ตามทะเบียนบ้าน ซึ่งได้แค่1 ชื่อแล้วแบ่งกันเอง เงินชดเชยมันไม่ได้มาก บ้านก็พัง ข้าวของก็เสียหาย ยังต้องมากินแหนงแคลงใจกันด้วย

” ภาพรวมการใช้จ่าย ตอนนี้ร้านอาหารแม้ไม่อยู่ในพื้นที่เจอน้ำท่วมขังโดยตรง แต่เจอผลกระทบเหมือนกัน คือไม่มีลูกค้าเลยในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา อาจเพราะประชาชนเจอน้ำท่วมในที่พักอาศัย ติดปัญหาเดินทาง ค่าใช้จ่ายช่วงน้ำท่วมสูงกว่าปกติ อารมณ์กินอาหารหรือซื้อของทั่วไป หายไป แม้ร้านอาหารอยู่ในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ก็เจอปัญหาเดียวกัน ตอนนี้อารมณ์ใช้จ่ายกินข้าวนอกบ้านลดลงมาก ยิ่งเข้าเทศกาลกินเจบางส่วนนี้จะหายไปอีก ประเมินมูลค่าเสียหายเชิงการค้าได้ยาก แต่ประเมินขั้นต่ำรายได้ต่อวันเหลือไม่ถึง50%ของช่วงก่อนเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ครั้งนี้กว่าจะฟื้นตัวคงใช้เวลานานข้ามปี ที่น่าเห็นใจคือร้านอาหารที่เจอน้ำท่วมและขังนาน จนอุปกรณ์เสียหาย บางรายเกิน 5 แสนบาท ยังเจอเรื่องภาระค่าเช่าร้าน ค่าภาษีป้าย หรือ ค่าโสหุ้ยประจำอีก เมื่อไม่มีรายได้ ของเสียหาย ถือว่าลำบากมาก ผู้ประกอบการร้องไห้กันแยะมากกับน้ำท่วมครั้งนี้ ก็อยากให้รัฐบาลประสานสถาบันการเงินช่วยเหลือหรือออกมาตรการที่จะเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการโดยเร็ว หากได้ก่อนหน้าขายปีใหม่จะยิ่งดี ” นางฐนิวรรณ กล่าว