หน้าแรก เศรษฐกิจ WHA ชี้ไทย Sa...

WHA ชี้ไทย Safe Zone รับลงทุน บนเวที IMF-เวิลด์แบงก์ ดันฮับการเงิน-AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ภูมิภาค

10.10.26 | 16:47 น.

WHA ชี้ไทย Safe Zone รับลงทุน บนเวที IMF-เวิลด์แบงก์ ดันฮับการเงิน-AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ภูมิภาค

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group กล่าวว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจโลก ไทยต้องใช้โอกาสนี้เชื่อมโยงเงินทุนจากตลาดการเงินโลกสู่การลงทุนจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเป็นปัจจัยสำคัญ ทั้งนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ ระบบสาธารณูปโภค พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตและการขยายตัวของธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์


น.ส.จรีพร กล่าวว่า สำหรับ WHA Group มีนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะมากกว่า 17 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 88,900 ไร่ในไทยและเวียดนาม และมีพื้นที่โลจิสติกส์รวมกว่า 3.2 ล้านตารางเมตร รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้า ตลอดจนการดำเนินธุรกิจที่เชื่อมโยงกับฐานการผลิตและตลาดสำคัญในภูมิภาค ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและพลังงานสะอาด รองรับอุตสาหกรรมไฮเทคและดาต้าเซ็นเตอร์ โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำในไทยและเวียดนามปี 2569 รวม 170 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,124 เมกะวัตต์ พร้อมขยายการใช้พลังงานสะอาดและเตรียมรองรับโอกาสจาก Direct PPA และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่

น.ส.จรีพร กล่าวว่า WHA Group มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำและการขยายพลังงานสะอาด รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมไฮเทคและดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องใช้พลังงานหมุนเวียนตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำในไทยและเวียดนามรวม 170 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,124 เมกะวัตต์ พร้อมขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสจากกลไกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ของประเทศ

น.ส.จรีพร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ธุรกิจโมบิลิตี้เดินหน้าส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภาคธุรกิจ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้การบริหารเป็น 637 คันภายในปี 2569 เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคขนส่ง ควบคู่กับการสนับสนุนลูกค้าและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมลดการปล่อยคาร์บอน โดย WHA Group ตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

Advertisement

“การลดคาร์บอน (Decarbonization) ไม่สามารถทำแบบแยกส่วนได้ แต่ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเข้าถึงพลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง ควบคู่ไปกับการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว”น.ส.จรีพรกล่าว

น.ส.จรีพร กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน ในมุมมองของ WHA Group คือการเปลี่ยนเงินลงทุนให้เกิดเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่ม และขับเคลื่อนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน ภาครัฐ และภาคเอกชน และมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสมบูรณ์เป็นฟันเฟืองหลัก

“การแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และการผนึกกำลังในเวที 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยได้เปิดบ้านต้อนรับผู้นำระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหาร IMF และ World Bank นักลงทุน สถาบันการเงิน ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจากทั่วโลก กว่า 15,000 คน ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นและศักยภาพของไทยในการดึงดูด FDI คุณภาพสูง WHA Group มองเห็นโอกาสในการร่วมผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลาง ทางการเงิน ควบคู่กับศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์และดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ บนพื้นฐานของประเทศไทยในฐานะ ‘Safe Zone’ สำหรับการลงทุนที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”น.ส.จรีพร กล่าว