“เอกนิติ” เตรียมถกผู้นำ IMF–ธนาคารโลก จับตา 5 วาระเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมเจรจา 30 นัด ขยายโอกาสเศรษฐกิจไทย
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมเข้าร่วมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ประจำปี 2569 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีภารกิจสำคัญครอบคลุม 4 เวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการประชุมทวิภาคีกับผู้นำเศรษฐกิจและผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศราว 30 นัดหมาย ระหว่างวันที่ 13-17 ตุลาคมนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย

หนึ่งในเวทีสำคัญคือ Building Resilience in a Fragmented World ซึ่งกระทรวงการคลังไทยเป็นเจ้าภาพในวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 13.30–14.30 น. โดย ดร.เอกนิติ จะร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฟินแลนด์ กรรมการผู้จัดการ IMF และประธานธนาคารโลก เกี่ยวกับแนวทางสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความไม่แน่นอนทางการค้า และความเสี่ยงที่ส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
การหารือครั้งนี้จะมุ่งหาคำตอบว่า ประเทศต่าง ๆ ควรปรับนโยบายเศรษฐกิจอย่างไรเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยไม่กระทบต่อโอกาสในการเติบโตในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอประเด็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจต่อผู้นำสถาบันการเงินระหว่างประเทศโดยตรง

ในวันเดียวกัน เวลา 15.00–16.00 น. จะมีเวที Bangkok 1991–2026 ซึ่งรวบรวมมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของไทย เพื่อย้อนมองพัฒนาการเศรษฐกิจตลอด 35 ปี นับตั้งแต่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank ครั้งแรกในปี 2534 โดยมุ่งวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตลอดช่วงที่ผ่านมา อะไรคือข้อจำกัดที่ทำให้การเติบโตชะลอลง และประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่อย่างไร เพื่อรองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต
สำหรับวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 15.30–16.30 น. ดร.เอกนิติมีกำหนดเข้าร่วม Flagship Global Debate ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองของผู้นำเศรษฐกิจระดับโลกเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญทั้งปัญหาหนี้สาธารณะ ความผันผวนของราคาพลังงาน และผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อการผลิต การลงทุน และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

นอกเหนือจากเวทีหารือดังกล่าว ดร.เอกนิติยังมีกำหนดประชุมทวิภาคีราว 30 นัดหมายกับผู้นำเศรษฐกิจและผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศตลอดช่วงการประชุม เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านนโยบายเศรษฐกิจ การลงทุน และการพัฒนาประเทศ รวมถึงนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจไทยต่อพันธมิตรระหว่างประเทศ
การหารือทวิภาคีถือเป็นอีกส่วนสำคัญของการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเปิดโอกาสให้ไทยหารือกับพันธมิตรระหว่างประเทศโดยตรง ทั้งในด้านนโยบายเศรษฐกิจ การลงทุน และแนวทางสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยผลการหารือและความคืบหน้าของความร่วมมือแต่ละด้านจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามหลังการประชุม

ในช่วงท้ายของการประชุม กระทรวงการคลังเตรียมจัดเวทีสรุปผลและแถลงข่าว Bangkok Dialogue Notes วันที่ 17 ตุลาคม เวลา 14.30–15.30 น. เพื่อประมวลประเด็นสำคัญจากการหารือตลอดสัปดาห์ รวมถึงนำเสนอแนวคิดที่ประเทศไทยต้องการผลักดันต่อในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของไทยในการเป็นผู้เชื่อมโยงความร่วมมือที่ได้รับความไว้วางใจ (Trusted Connector) ระหว่างประเทศและสถาบันเศรษฐกิจโลก
สำหรับประเทศไทย สิ่งที่ต้องติดตามจากการประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อสรุปเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่ยังรวมถึงแนวทางสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย การฟื้นการเติบโตในระยะยาว และผลจากการหารือทวิภาคีราว 30 นัดหมาย โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการลงทุนและการพัฒนาประเทศที่จะสามารถต่อยอดไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมหลังการประชุม


