สนค. เผยราคาส่งออก ส.ค. เพิ่ม 3.2% นำเข้าพุ่ง 10.4% พลังงาน-สินค้าเกษตร-AI หนุน
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนสิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากราคาพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้นตามความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลางและข้อจำกัดในการขนส่งน้ำมัน ภาวะอุปทานตึงตัวของสินค้าเกษตรและวัตถุดิบจากข้อจำกัดด้านการผลิตและสภาพอากาศ รวมถึงอุปสงค์โลกที่ยังขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อิเล็กทรอนิกส์ และสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ดัชนีราคาส่งออก เดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 114.7 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 (YoY) โดยเป็นผลจากแรงหนุนของราคาสินค้าในหลายหมวดสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลด้านอุปทานของพลังงานโลก ขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ได้รับแรงสนับสนุนจากภาวะอุปทานตึงตัวและอุปสงค์โลกที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นในทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 36.2 ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันดิบ ขยายตัวตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน หลังเกิดการโจมตีโรงกลั่นและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางและรัสเซีย หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 7.2 จากการปรับสูงขึ้นของราคามันสำปะหลัง ตามราคามันเส้นและแป้งมันส่งออกที่ปรับสูงขึ้น และข้าว ยางพารา และไก่ ราคาปรับสูงขึ้น
ตามภาวะอุปทานตึงตัวจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ และความต้องการจากตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.0 อาทิ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อจำกัดด้านอุปทานของตลาดหน่วยความจำ ขณะที่ทองคำ ได้รับแรงหนุนจากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลายลง สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ราคาปรับสูงขึ้นตามอุปสงค์ในตลาดโลกที่ยังเพิ่มขึ้น
จากความต้องการเครื่องปรับอากาศ การลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และความต้องการรถยนต์ในตลาดส่งออกสำคัญ หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.7 จากการสูงขึ้นของอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ตามราคาวัตถุดิบปลาทูน่าที่สูงขึ้น อาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารสุนัขและแมว ตามอุปสงค์โลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ตามทิศทางราคาน้ำมันพืชในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น และน้ำตาลทราย ตามความกังวลต่อภาวะอุปทานตึงตัว ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ และการนำอ้อยไปผลิต
เอทานอลมากขึ้น
ดัชนีราคานำเข้า เดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 127.9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 (YoY) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป เพื่อรองรับการผลิตและส่งออก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าในกลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สินแร่โลหะ และเคมีภัณฑ์ รวมถึงราคาน้ำมันขยายตัวในระดับสูง ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก
ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 30.6 จากราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากความกังวลด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านมีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.0 จากราคาทองคำ ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และธนาคารกลางหลายแห่งหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาเงินทุนและกระจายความเสี่ยง อุปกรณ์
ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกและความต้องการลงทุนด้าน AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้น สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ ตามความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโลหะ อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี พลาสติก และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.0 จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ ตามต้นทุนการผลิต และราคาวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.2 จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้ความต้องการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 1.2 จากรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก รถยนต์นั่ง และยานพาหนะอื่น ๆ ตามความต้องการสินค้ากลุ่มยานยนต์ที่ขยายตัวจากการเร่งการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น
แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนกันยายน 2569 คาดว่ายังคงขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 1) การเติบโตของอุตสาหกรรม AI และการลงทุนใน Data Center ซึ่งสนับสนุนความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) หน่วยความจำ และอุปกรณ์เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง 2) ภาวะอุปทานตึงตัวของตลาดหน่วยความจำ ทำให้ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังอยู่ในระดับสูง 3) ความต้องการวัตถุดิบอุตสาหกรรมและโลหะเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนด้าน Data Center พลังงาน และอุปกรณ์ไฟฟ้า จะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองแดง อะลูมิเนียม และวัตถุดิบอุตสาหกรรม และ 4) ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น และเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำ ขณะที่ปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า ขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ 1) การชะลอตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และ AI ซึ่งอาจส่งผลให้การลงทุนใน Data Center ความต้องการเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI ชิป และหน่วยความจำลดลง และ 2) อุปสงค์โลกที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และภาวะอุปทานส่วนเกินในบางอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงาน เคมีภัณฑ์ โลหะอุตสาหกรรม และวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องปรับตัวลดลง



