หน้าแรก เศรษฐกิจ กางไฮไลต์ เวท...

กางไฮไลต์ เวทีประชุมไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ 2026 ไทยร่วมหารืออนาคตเศรษฐกิจโลก

12.10.26 | 13:46 น.

กางไฮไลต์เสวนาระดับสูงของประเทศไทย กลางเวทีประชุมไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ 2026

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจร่วมติดตาม การเสวนาระดับสูงของประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพ (Thailand Host-Country Events) จำนวน 2 กิจกรรมสำคัญ ภายใต้การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 IMF–World Bank Annual Meetings) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งประกอบด้วยการประชุมและกิจกรรมสำคัญระดับนานาชาติหลากหลายเวที


กระทรวงการคลังได้จัดการเสวนาระดับสูงของประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพ (Thailand Host-Country Events) จำนวน 2 กิจกรรมสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้การประชุมดังกล่าว โดยได้รับเกียรติจากผู้นำทางเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจโลก การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และการระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

กิจกรรมที่ 1: การเสวนาระดับสูงในหัวข้อ “Building Resilience in a Fragmented World” ในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30–14.30 น. ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และแนวทางที่ประเทศต่าง ๆ จะเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการรักษาความเปิดกว้างและความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ รวมถึงการแสวงหาแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศที่เป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันสร้างเศรษฐกิจโลกที่มีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างทั่วถึง

โดยได้รับเกียรติจากผู้ร่วมเสวนาระดับสูง ได้แก่

Advertisement
  1.  ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย
  2.  ดร. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund)
  3. นาย Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group)
  4. นาง Riikka Purra รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฟินแลนด์

กิจกรรมที่ 2: การเสวนาระดับสูงในหัวข้อ “Financing a Resilient Green Economy”        ในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00–16.00 น. ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของภาคการเงินในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว การเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจและชุมชนในระดับท้องถิ่น รวมถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อระดมเงินทุนและการลงทุนที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

โดยได้รับเกียรติจากผู้ร่วมเสวนาระดับสูง ได้แก่

  1. นาย Paschal Donohoe กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ด้านองค์ความรู้ (Managing Director and Chief Knowledge Officer) กลุ่มธนาคารโลก
  2.  ดร. Ma Jun ประธานสถาบันการเงินและความยั่งยืน (Institute of Finance and Sustainability) และประธานเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (Capacity-building Alliance of Sustainable Investment)
  3. นาย Jean-Paul Servais ประธานคณะกรรมการองค์การคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ (International Organization of Securities Commissions) และประธานหน่วยงานกำกับดูแลบริการและตลาดการเงินของเบลเยียม (Financial Services and Markets Authority)
  4.  ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลังของไทย โดยมี ศาสตราจารย์ Annie Koh ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านการเงิน (ภาคปฏิบัติ) ของ Singapore Management University เป็นผู้ดำเนินรายการ

กระทรวงการคลังขอเชิญชวนประชาชน ภาคธุรกิจ ภาคการเงิน นักวิชาการ นักศึกษา และผู้สนใจทุกภาคส่วน ร่วมติดตามการเสวนาระดับสูงของประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพ (Thailand Host-Country Events) ทั้ง 2 กิจกรรมสำคัญ

พร้อมทั้งขอเชิญชวนร่วมติดตามกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ ภายใต้การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ซึ่ง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดเข้าร่วมเวทีเสวนาระดับสูงและการหารือทวิภาคีกับผู้นำทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจากต่างประเทศ และผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายและทิศทางเศรษฐกิจโลก เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย