ธุรกิจท่องเที่ยวค้านรัฐเก็บภาษีขาออก ตั้ง 4 คำถามจี้รัฐตอบให้ชัด หวั่นปชช.รับภาระไม่คุ้มเสีย
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จากการพิจารณาการเก็บภาษีขาออกของคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศนั้น นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง ได้ให้เหตุผลการพิจารณาว่า ต้องการรายได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมคนไทยเที่ยวไทย และรักษาวินัยการคลัง พร้อมยืนยันว่า รายละเอียดยังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น สมาคมฯ สนับสนุนวินัยการคลัง แต่คัดค้านการเพิ่มภาระในระยะนี้ หากยังไม่มีผลประเมินประโยชน์สุทธิและผลกระทบสะสมที่รอบด้าน เพราะเหตุผลสำคัญคือเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ K-shaped ซึ่งคนและธุรกิจแต่ละกลุ่มฟื้นตัวไม่เท่ากัน สะท้อนจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ผู้ยื่นกู้ที่อยู่อาศัยกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนถูกปฏิเสธสินเชื่อ 63% และกลุ่มรายได้ 15,000–100,000 บาทถูกปฏิเสธ 43% ตัวเลขนี้สะท้อนความเปราะบางด้านการเข้าถึงสินเชื่อ แม้ไม่ได้วัดผลของภาษีขาออกโดยตรง แต่ชี้ว่ารัฐต้องประเมินความสามารถรับภาระของประชาชนอย่างแตกต่างกันให้ได้ก่อน
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ภาคเอกชนมี 4 คำถามที่ควรตอบก่อนเดินหน้านโยบายอย่างที่รัฐบาลต้องการคือ 1.รัฐจะได้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจริงเท่าไร การประมาณรายได้ภาษีต้องหักต้นทุนจัดเก็บ และพิจารณารายได้ภาษีอื่นที่อาจลดลงหากการเดินทางและการใช้จ่ายหดตัว รวมถึงผลต่อรายได้และการจ้างงานของ SME การมีรายรับใหม่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าประเทศได้ประโยชน์มากขึ้น 2.ลดการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศแล้วคนไทยจะเที่ยวไทยเพิ่มจริงแน่นอนหรือไม่ เพราะครัวเรือนที่กำลังซื้อจำกัดอาจเลือกชำระหนี้ เก็บเงิน หรืองดเดินทางทั้งหมด จึงไม่ควรตั้งสมมติฐานว่า การเพิ่มต้นทุนเที่ยวต่างประเทศจะสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ท่องเที่ยวในประเทศได้แบบอัตโนมัติ อีกทั้งการเดินทางเพื่อศึกษา ทำงาน ค้าขาย และลงทุน จำเป็นต้องแยกจากการเดินทางเพื่อพักผ่อนจริงๆ
นายอดิษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.เงินภาษีจะพัฒนาอะไรและซ้ำซ้อนกับงบเดิมหรือไม่ รัฐบาลควรเปิดเผยกลไกจัดสรรเงิน ผู้รับผิดชอบ และตัวชี้วัดด้านความปลอดภัย คุณภาพการบริการ และประโยชน์ต่อชุมชน พร้อมแสดงการแบ่งภารกิจกับงบประมาณเดิมและข้อเสนอกองทุนจากค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ประชาชนเห็นคุณค่าที่จะได้รับจากเงินที่จ่ายเพิ่ม และ 4.ประเทศไทยพร้อมเพิ่มต้นทุนแข่งขันและใครรับภาระมากที่สุด หากภาษีใหม่ 1,000 บาทมีผลทำให้ผู้เข้าเกณฑ์ที่ใช้สนามบิน AOT จะมีภาระขาออกรวมกับ PSC ปัจจุบัน 1,120 บาท เป็น 2,120 บาทต่อครั้ง ภาษีคงที่ยังคิดเป็นสัดส่วนรายได้สูงกว่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องเดินทาง รัฐจึงต้องเปรียบเทียบต้นทุนรวมกับคู่แข่ง และประเมินผลต่อผู้โดยสารทั้งสองทิศทาง โดยเฉพาะความคุ้มค่าของเส้นทางบิน และโอกาสของผู้ประกอบการรายย่อย
“ตอนนี้ขอเสนอให้ชะลอการผลักดันภาษีขาออก จนมีการประเมินผลกระทบตามรายได้ วัตถุประสงค์การเดินทาง และขนาดธุรกิจ พร้อมเปิดเผยผลและศึกษาทางเลือกการคลังที่กระทบกำลังซื้อน้อยกว่า เพราะสถานการณ์ที่การฟื้นตัวแบบ K-shaped ในตอนนี้ ประเทศไทยต้องการนโยบายที่ช่วยให้กลุ่มเปราะบางกลับมาสร้างรายได้ และรักษาความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันสูงกับคู่แข่งหลายประเทศ รายได้ของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นต้องคุ้มกับต้นทุนที่ประชาชน ธุรกิจ และประเทศต้องจ่ายไป” นายอดิษฐ์ กล่าว

