หน้าแรก เศรษฐกิจ ดันฮาลาลไทยโก...

ดันฮาลาลไทยโกอินเตอร์! สศอ.ผนึกสถาบันอาหาร ปั้นสินค้าเพิ่มมูลค่า บุกตลาดโลก

12.10.26 | 19:52 น.

ดันฮาลาลไทยโกอินเตอร์! สศอ.ผนึกสถาบันอาหาร ปั้นสินค้าเพิ่มมูลค่า ชูส่วนแบ่งตลาดโลก 2.1% ตั้งเป้าไทยติดท็อป 10 ผู้ส่งออกอาหารปี 2570

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562–2570) โดยมีเป้าหมายผลิตภัณฑ์สินค้าอนาคต อาทิ อาหารสุขภาพและอาหารฟังก์ชัน ผลิตภัณฑ์อาหารจากเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารฮาลาล อาหารใหม่ อาหารและวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารคุณภาพสูง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง มีคุณภาพมาตรฐาน และความปลอดภัยเพื่อการบริโภคในประเทศและส่งออก รวมถึงผลักดัน การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร เพื่อนำไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค


นายศุภกิจ กล่าวว่า สำหรับอาหารฮาลาล เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต โดย สศอ. ในฐานะหน่วยงานผลักดันนโยบายและชี้นำทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวของธุรกิจแปรรูปอาหารฮาลาลไปสู่การยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐานฮาลาล ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารไทย จนสามารถผลิตสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพ แต่ละภูมิภาคทั่วโลก และเป็นไปตามหลักการศาสนาอิสลามเพื่อส่งออกสู่ตลาดสากล

ภายใต้การดำเนินโครงการ สศอ. ได้ร่วมกับสถาบันอาหาร (สอห.) ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ่านโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีเครื่องจักรและเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร ที่ครบวงจร สามารถพัฒนาสูตรจากห้องปฏิบัติการ (Lab Scale) ไปสู่การทดลองผลิตในระดับอุตสาหกรรม (Pilot Scale) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดจริง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนเครื่องจักรขนาดใหญ่

Advertisement

โดยโรงงานต้นแบบของสถาบันอาหารมีความพร้อมด้านเครื่องจักรที่ครอบคลุมกระบวนการผลิตอาหาร ทั้งเทคโนโลยีการอบแห้งและแปรรูปผง รองรับการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารผงและอาหารแห้งด้วยเครื่อง อาทิ Spray Dryer, Freeze Dryer, Vacuum Dryer และ Tray Dryer รวมถึงเทคโนโลยีแปรรูปอาหารพร้อมทานและอาหารพร้อมปรุง ด้วยเทคโนโลยี Retort เครื่อง Extruder สำหรับการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ และเครื่องทอดสูญญากาศ (Vacuum Fryer) สำหรับการผลิตขนมขบเคี้ยวสุขภาพที่ลดการอมน้ำมัน ตลอดจนเทคโนโลยีถนอมอาหารและเบเกอรี่ ด้วยระบบ Air Blast Freezer ชุดเครื่องจักรเบเกอรี่ และระบบผลิตไอศกรีมทั้งแบบ Soft และ Hard Serve เพื่อตอบโจทย์เทรนด์อาหาร ในอนาคต

นอกจากช่วยให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าในล็อตทดลองตลาดแล้ว โรงงานต้นแบบยังช่วยในการกำหนดพารามิเตอร์การผลิต (CPP) ที่แม่นยำ และการควบคุมคุณภาพ (CQA) ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารและข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ช่วยลดระยะเวลาและงบประมาณในการลงทุน ด้านเทคโนโลยีในสายการผลิตจริง

“ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของโลก แต่สัดส่วนในการส่งออกอาหารฮาลาลยังอยู่ในวงจำกัด มีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพียงร้อยละ 2.1 เนื่องจากผู้ประกอบการขาดความพร้อมในหลายด้าน สศอ. จึงให้ความสำคัญ กับผู้ประกอบการ SMEs ของไทย โดยการพัฒนาสูตรจากห้องปฏิบัติการไปสู่การทดลองผลิต และการผลิตสินค้า ในล็อตทดลองตลาดที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนเครื่องจักรขนาดใหญ่ รวมถึงลดระยะเวลาและงบประมาณ ในการลงทุนด้านเทคโนโลยีในสายการผลิตจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่อาหารอนาคตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง มีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่ต้องการของตลาด การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าและนำไปสู่รายได้ที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ของประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก ภายในปี พ.ศ. 2570” นายศุภกิจกล่าว

น.ส.ไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกอาหารไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่าส่งออก 1,014,195 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.2 โดยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนด้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาตรการระงับการนำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้า ปัญหาผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปีเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยเดือนสิงหาคม 2569 การส่งออกอาหารมีมูลค่า 128,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 โดยพบว่า 10 จาก 15 สินค้าหลักส่งออกเพิ่มสูงขึ้น สถาบันอาหารประเมินว่า การส่งออกอาหารไทยในช่วง 4 เดือนสุดท้ายมีโอกาสกลับมาขยายตัวเป็นบวก จากคำสั่งซื้อ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเทศกาลปลายปี และค่าเงินบาทที่ยังเอื้อต่อการแข่งขัน พร้อมปรับประมาณการส่งออกอาหารไทยทั้งปี 2569 เป็น 1.5 ล้านล้านบาท หดตัวเพียงร้อยละ 0.7 จากประมาณการเดิมที่ 1.4 ล้านล้านบาท หดตัวร้อยละ 7.2

น.ส.ไปยดา กล่าวว่า สถาบันอาหารได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก โดยมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการผ่านการศึกษาตลาดอาหารฮาลาลที่มีศักยภาพ การยกระดับมาตรฐานฮาลาล การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล และการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทยในตลาดสากล

นอกจากนี้ยังมีโครงการ IU ฮาลาล สถาบันอาหารซึ่งดำเนินงานร่วมกับ สศอ. และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในการพัฒนาข้อมูลเชิงลึกด้านอุตสาหกรรมฮาลาล ครอบคลุม 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหาร แฟชั่น เครื่องสำอาง และยาและสมุนไพร รวมถึงอีก 1 สาขาบริการท่องเที่ยวฮาลาล เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์สถานการณ์และวางแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของไทยให้สอดรับกับแนวโน้มและโอกาสในตลาดโลก

น.ส.ไปรยา กล่าวว่า โครงการ IU อาหาร สถาบันอาหารได้พัฒนาฐานข้อมูลการค้าอาหารไทยในรูปแบบ Dashboard โดยใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการและประมวลผลข้อมูล ให้เข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมทั้งสินค้าและตลาด สามารถติดตามข้อมูลรายเดือน เจาะลึกถึงระดับพิกัดศุลกากร 6 หลัก (HS Code) และวิเคราะห์ตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางต่อยอดสู่การแสดง ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ของประเทศคู่แข่ง เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์การแข่งขันและวางกลยุทธ์การส่งออกอาหารไทยได้แม่นยำยิ่งขึ้น

“สถาบันอาหารมุ่งบูรณาการการทำงานร่วมกับ สศอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ ข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับศักยภาพ และแข่งขันได้ในตลาดโลก”น.ส.ไปรยากล่าว