หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.ปักหมุดปร...

ททท.ปักหมุดประชุม IMF-World Bank ดันที่เที่ยวใกล้กรุง-เมืองหลักสุดฮิต คาดสะพัด 2,250 ล้าน

13.10.26 | 16:35 น.

ททท.ปักหมุดประชุม IMF-World Bank ดันที่เที่ยวใกล้กรุง-เมืองหลักสุดฮิต คาดสะพัด 2,250 ล้าน

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้น ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดด้านการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดย ททท.ได้ร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยวชั้นนำและสมาคมท่องเที่ยว ออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวระยะสั้นเฉพาะกลุ่ม 2-4 วันแบบลักชัวรี เพื่อมอบประสบการณ์ในการเที่ยวไทยสุดพิเศษ ชูจุดขายเมืองท่องเที่ยวระดับพรีเมียมใกล้กรุงเทพฯ อาทิ อยุธยา พัทยา หัวหิน และเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการจัดอีเวนต์ระดับโลกในระยะยาว โดยจากข้อมูลของกระทรวงการคลัง คาดการณ์ว่า การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยทันทีประมาณ 1,050-2,250 ล้านบาท จากผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน ซึ่งพำนักเฉลี่ย 7–10 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000-15,000 บาทต่อคนต่อวัน ครอบคลุมภาคท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม


น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในสปอร์ตไลท์ที่ถูกจับตาจากทั่วโลกผ่านการประชุมใหญ่นี้ ต้อนรับผู้นำทางการเงิน ผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลัง ซีอีโอภาคการเงิน และสื่อมวลชนรวมกว่า 15,000-20,000 คน จากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งคนกลุ่มนี้ถือเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีอัตราการใช้จ่ายต่อวันสูงกว่าปกติหลายเท่า ส่งผลดีโดยตรงต่อโรงแรมหรูระดับ 4-5 ดาว กว่า 20-30 แห่งในพื้นที่ใจกลางเมือง รวมถึงร้านอาหารและภาคขนส่ง ส่งผลเชิงบวกต่อการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีนี้แน่นอน โดยเฉพาะผลบวกในทางอ้อมที่การรองรับผู้เข้าร่วมประชุมระดับสูงจากทั่วโลกครั้งนี้ จะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พิสูจน์ความพร้อมของไทย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ประชุม การบริหารจัดการสนามบิน และความปลอดภัยระดับเกรด A ซึ่ง ททท.จะใช้ความสำเร็จนี้เป็นพอร์ตโฟลิโออ้างอิง เพื่อดึงดูดงานประชุม เมกะอีเวนต์ คอนเสิร์ต และการแข่งขันกีฬาระดับโลก เข้ามาจัดในไทยอย่างต่อเนื่องในอนาคต

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย และการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ททท.วางแผนสอดแทรกอัตลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านการนำเสนออาหารไทยภายใต้แนวคิด The Wholesome Taste of Thai และรูปแบบ Fine Dining โดยนำวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากทั่วประเทศ มารังสรรค์ในงานเลี้ยงต้อนรับและจุดบริการอาหาร เพื่อบอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมอาหาร เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และกระจายรายได้สู่เกษตรกรท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดพื้นที่สาธิตและให้บริการนวดไทยต้นตำรับ นวดแพทย์แผนไทย และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเวลเนสมาตรฐานสากลภายในบริเวณงาน รวมถึงบูรณาการนำผ้าทอมือไทย สินค้าโครงการหลวง และงานหัตถกรรมท้องถิ่นมาใช้ในการตกแต่งสถานที่ มอบเป็นของขวัญที่ระลึกอย่างเป็นทางการ และเปิดโซนออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน เพื่อส่งตรงเม็ดเงินสู่ชุมชนฐานราก เกิดผลกระทบตัวคูณทางเศรษฐกิจกระจายตัวลงสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรม ทั้งงานออแกไนเซอร์ นวัตกรรมเทคโนโลยี การจัดดอกไม้ตกแต่ง และการจ้างงานบุคลากรภาคบริการนับหมื่นอัตรา ถือเป็นการโชว์ความเป็นไทยครบทุกมิติ

“สิ่งที่เน้นย้ำคือ การเป็นเจ้าบ้านที่ดี พร้อมอำนวยความสะดวกทุกด้านทั้งภาคบริการ หรือคนไทยเองด้วย โดย ททท.จะใช้กระแสความประทับใจและความเชื่อมั่นระดับสากลจากงานนี้ ตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับโลก และยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง โดยเฉพาะการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและชะลอวัย และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับพรีเมียมอย่างยั่งยืน เพราะเรามีของดีและเชี่ยวชาญในด้านนี้อยู่แล้ว” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว

Advertisement