ไทยเป็นทุน ศก.ใหม่ มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เร่งต่อยอด IP ไทย ในเวที IMF–World Bank 2026
ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA มุ่งผลักดันศักยภาพ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” สู่การเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกับ Netflix ประกาศจัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ในฐานะกิจกรรม Affiliated Program ภายใต้การประชุมดังกล่าว เพื่อส่งเสริมบทบาทของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในฐานะกลไกสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและโอกาสการเติบโตในระดับสากล
น.ส.พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล กรรมการทำหน้าที่ประธานสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 8.78% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์มีมูลค่า 1.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญคือการทำให้ศักยภาพที่มีอยู่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการผลิตผลงาน โดยต้องพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นสินทรัพย์ที่ต่อยอดเชิงพาณิชย์ ขยายธุรกิจ และสร้างโอกาสเติบโตในระดับนานาชาติ
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองต่อวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ จากสิ่งที่ต้องใช้งบประมาณสนับสนุน ไปสู่ทุนทางเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผลงานสร้างสรรค์สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจและเข้าถึงตลาดได้หลากหลายมากขึ้น
เพื่อวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว CEA อยู่ระหว่างจัดทำแผนปฏิบัติการเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ ปี 2571–2575 โดยกำหนดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ การผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมาย โดยเฉพาะคอนเทนต์ไทย สู่ตลาดโลก การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและสนับสนุนการขยายธุรกิจ การพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการกระจายโอกาสเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ
น.ส.พิมพ์ใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมคอนเทนต์เป็นหนึ่งในสาขาที่ CEA ให้ความสำคัญ เนื่องจากมีฐานผู้ประกอบการและบุคลากรที่สามารถรองรับการเติบโตได้ โดยมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GVA) 3.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสัดส่วน 7.88% ของภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมผู้ประกอบการมากกว่า 32,000 ราย และบุคลากรทักษะสูงประมาณ 150,000 คน ครอบคลุมธุรกิจภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน และเกม
“CEA จึงร่วมมือกับ Netflix ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคอนเทนต์ระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสให้เรื่องราวและทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของเรื่องเล่าท้องถิ่นในการต่อยอดสู่ตลาดสากล และการพัฒนาคอนเทนต์ให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ” น.ส.พิมพ์ใจ กล่าว
ความร่วมมือที่เกิดขึ้นยังสอดคล้องกับที่กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ได้จัดให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย (Industries of the Future) ร่วมกับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บริการดิจิทัล และเกษตรและอาหาร โดยประเมินว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นสาขาที่ไทยมีความได้เปรียบและมีศักยภาพในการเพิ่มผลิตภาพ ดึงดูดการลงทุน และสร้างงานที่มีคุณภาพ สะท้อนโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้มีบทบาทต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมากขึ้น


