เวิลด์แบงก์เตือนอีก 10-15 ปี 800 ล้านคน เสี่ยงไร้งาน เร่งขยายงบดุล-ดึงทุนเอกชนกู้วิกฤต
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายอาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก เปิดเผยในงาน Annual Meetings Plenary ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ว่า ในช่วง 10 ถึง 15 ปีข้างหน้า ประชาคมโลกกำลังเผชิญกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ที่สุด โดยจะมีคนรุ่นใหม่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ก้าวเข้าสู่วัยแรงงาน 1,200 ล้านคน ทว่าจากการประเมินศักยภาพและแนวโน้มการขยายตัวของตลาดแรงงานทั่วโลกในปัจจุบัน คาดว่าจะสามารถรองรับตำแหน่งงานได้เพียงประมาณ 420 ล้านตำแหน่งเท่านั้น
นายอาเจย์กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้เกิดช่องว่างการจ้างงานขนาดใหญ่ ซึ่งจะทิ้งให้เยาวชนและแรงงานรุ่นใหม่มากถึงเกือบ 800 ล้านคน ตกอยู่ในภาวะว่างงานหรืออยู่นอกระบบการจ้างงานที่มั่นคง
นายอาเจย์ระบุว่า นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางสถิติหรือวิกฤตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คือภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางสังคมและความมั่นคงระดับโลก เพราะงานคือรากฐานสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความหวังของคนรุ่นใหม่ ดังนั้น ภารกิจเร่งด่วนที่สุดของกลุ่มธนาคารโลกและประชาคมระหว่างประเทศคือการสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกสามารถสร้างงานได้ในระดับขนานใหญ่

ประธานกลุ่มธนาคารโลกกล่าวว่า ความท้าทายระดับประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นในภาวะที่งบประมาณภาครัฐทั่วโลกกำลังตึงตัว หนี้สาธารณะพุ่งสูง และเม็ดเงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนามีจำกัด ธนาคารโลกจึงต้องปรับกระบวนทัศน์การดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์การทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดขับเคลื่อนไปได้ไกลที่สุด ผ่านแนวทางปฏิบัติการสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
นายอาเจย์กล่าวว่า 1.ปฏิรูปและขยายงบดุลของธนาคารโลก โดยปรับโครงสร้างทางการเงินและเพิ่มความยืดหยุ่นในงบดุล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปล่อยสินเชื่อเพื่อการพัฒนา ให้สูงขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนเพิ่มเติมจากผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว 2.ปลดล็อกเงินทุนจากภาคเอกชน เนื่องจากเม็ดเงินจากองค์กรพหุภาคีและภาครัฐเพียงลำพังไม่สามารถอุดช่องว่างการลงทุนได้ ธนาคารโลกจึงเร่งใช้เครื่องมือค้ำประกันความเสี่ยง และการเงินแบบผสมผสาน เพื่อจูงใจให้สถาบันการเงินและภาคเอกชนกล้าเข้าไปลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมสร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา

นายอาเจย์กล่าวว่า 3.ดึงดูดทุนเพื่อการพัฒนาและการกุศล โดยบูรณาการเงินทุนจากมูลนิธิ กองทุนเพื่อสังคม และองค์กรไม่แสวงหากำไร เข้ามาเป็นเม็ดเงินกันชนและเงินทุนสนับสนุนแบบผ่อนปรนสูง เพื่ออุดช่องว่างในจุดที่กลไกตลาดปกติยังไม่ทำงาน และ 4.เร่งเครื่องโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่และเทคโนโลยี วางรากฐานสำคัญ 2 เสาหลัก คือ การขยายโครงข่ายไฟฟ้าสะอาดให้ทุกคนเข้าถึงได้ และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนผลิตภาพ ยกระดับทักษะแรงงาน และสร้างงานที่มีมูลค่าสูงในระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคต
ประธานกลุ่มธนาคารโลกกล่าวว่า ย้ำว่าธนาคารโลกกำลังเร่งปรับลดขั้นตอนความล่าช้าของกระบวนการอนุมัติโครงการเพื่อส่งตรงเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจจริงให้ทันท่วงที โดยความสำเร็จของการพัฒนาต่อจากนี้จะไม่วัดกันเพียงแค่ตัวเลขเม็ดเงินที่ปล่อยกู้ แต่จะวัดจากจำนวนตำแหน่งงานที่มีคุณภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน 1,200 ล้านคนที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนโลกใบนี้



