หน้าแรก เศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่เจ้า...

ไม่ใช่แค่เจ้าภาพ! ‘เอกนิติ’ สรุป 5 ข้อคิดจากกรุงเทพฯ บนเวที IMF-WBG 2026 ชวนโลกร่วมมือฝ่าวิกฤต

17.10.26 | 17:03 น.

เอกนิติ สรุปประเด็นที่ไทยชวนโลกคิด งาน IMF-WBG 2026 ชูข้อคิดสำคัญจากกรุงเทพฯ 5 ประการ เชื่อมความร่วมมือโลกสู่ประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในเวที Bangkok Dialogue Notes ภายในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ว่า Bangkok Dialogue Notes เป็นการรวบรวมข้อคิดจากผู้กำหนดนโยบาย องค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสะท้อนบทบาทไทยในฐานะ “ผู้เชื่อมโยงที่โลกไว้วางใจ” (Trusted Connector) และต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลจริง


นายเอกนิติ กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านความขัดแย้ง เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร ขณะเดียวกันยังมีช่องว่างทางโอกาสระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่ SMEs และชุมชน ความเข้มแข็งจึงต้องอาศัยความร่วมมือที่สร้างความไว้วางใจและช่วยให้ประชาชนปรับตัวได้

นายเอกนิติ กล่าวว่า ความเข้มแข็งและการปรับตัว (Resilience) ต้องช่วยให้คนและธุรกิจรับมือกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจและเติบโตได้ในอนาคต โดยมีข้อคิดสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1. ประเทศจะเข้มแข็งได้ คนต้องรับมือและไปต่อได้ ผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต โอกาสทำงาน และระบบคุ้มครองทางสังคม 2. ความร่วมมือระหว่างประเทศต้องสร้างประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้และกระจายอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความไว้วางใจ

Advertisement

นายเอกนิติ กล่าวว่า 3. การค้า การลงทุน และเทคโนโลยีต้องช่วยเพิ่มทักษะแรงงาน เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจไทย และยกระดับความสามารถในการผลิต 4. เริ่มจากความร่วมมือที่ทำได้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายผลสู่ความร่วมมือระดับใหญ่ และ 5. ประเทศที่มีบทบาทระดับกลาง (Middle Powers) สามารถเชื่อมประเทศต่างภูมิภาค โดยมีสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศช่วยกำหนดมาตรฐาน เตรียมโครงการ และแบ่งรับความเสี่ยง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยขับเคลื่อนความร่วมมือผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ 1. ดิจิทัลและ AI ที่คนใช้ประโยชน์ได้และไว้ใจได้ ส่งเสริม Small AI เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจขนาดเล็ก สร้างงาน และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการ ขณะที่ Connect the Dots และ Bangkok Blueprint สนับสนุนความมั่นใจในการใช้ระบบการเงินดิจิทัล 2. การค้าและการลงทุนที่เพิ่มทางเลือกและสร้างความสามารถให้คนในประเทศ กระจายความเสี่ยงด้านตลาด เทคโนโลยี และประเทศคู่ค้า พร้อมสร้างงาน พัฒนา SMEs และเพิ่มทักษะคนไทย รวมถึงเชื่อมโยงภาคบริการ ระบบชำระเงินข้ามพรมแดน และโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)

นายเอกนิติ กล่าวว่า 3. เศรษฐกิจสีเขียวที่ช่วยลดความเสี่ยงและส่งเงินทุนถึงผู้ที่ต้องปรับตัวสนับสนุนพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมจัดสรรเงินทุนอย่างเหมาะสม โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและการมีส่วนร่วมของประชาชนและธุรกิจ และ 4. อายุยืนขึ้น ต้องมีโอกาสและความมั่นคงมากขึ้นด้วย พัฒนาระบบการศึกษา การทำงาน สุขภาพ การออม และการคุ้มครองทางสังคม เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงตลอดชีวิต

นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยจัดกิจกรรมในฐานะเจ้าภาพให้เชื่อมโยงกัน ทั้ง Host Country Dialogues การพบปะผู้นำ Thai Pavilion เอกสาร Bangkok Blueprint และกิจกรรมเยาวชน เพื่อเชื่อมการหารือระดับโลกกับประสบการณ์จริง ขณะที่ Royal Pavilion ถ่ายทอดบทเรียนการพัฒนาตามหลักการทรงงานและหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเน้นการเข้าใจพื้นที่ เข้าถึงผู้คน และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง

“บทบาทของไทยในการประชุม IMF-WBG Annual Meetings 2026 นอกจากเป็นเจ้าภาพที่ดีแล้ว เรายังได้ชวนให้โลกคิด แบ่งปันบทเรียนจากประสบการณ์ของแต่ละประเทศ และร่วมกันนำเสนอแนวทางรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือการเชื่อมโยงความร่วมมือจากภูมิภาคสู่โลก จากโลกสู่ประเทศ และจากประเทศสู่ความเข้มแข็งของชุมชนและประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว