อดีตส.ว. แนะรัฐบาล ใช้เสียงชื่นชม ไทยจัด IMF–World Bank ขยายผล สร้างโอกาสต่อ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง กรรมการสภาสถาปนิก อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี เผยแพร่ข้อเขียน เรื่อง “การประชุม IMF–World Bank 2026 งานจบ รัฐบาลต้องไม่จบ” โดยมีเนื้อหาดังนี้ การประชุมใหญ่ระดับโลกครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศ เดินทางมาพบกันบนแผ่นดินไทยมากกว่าสองหมื่นคน
ผมจะไม่พูดถึงสาระทางการเงิน เศรษฐกิจ หรือเนื้อหาการประชุม เพราะมีผู้รู้กล่าวถึงกันมากแล้ว แต่อยากชวนมองอีกด้าน ด้านที่ผู้มาเยือนได้เห็น ได้ชิม ได้สัมผัส และอาจนำความรู้สึกนั้นกลับไปเล่าต่อ
นั่นคือการต้อนรับของคนไทย
ขอชื่นชมรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้งานครั้งนี้สำเร็จอย่างเรียบร้อยและน่าประทับใจ
งานระดับโลกไม่มีทางสำเร็จด้วยคนคนเดียว เบื้องหลังภาพที่งดงาม คือคนทำงานจำนวนมากที่ประสานมือกันอยู่ทุกจุด
“บุคลิกที่เป็นธรรมชาติ เข้าถึงง่าย อ่อนน้อม และผ่อนคลายของนายกรัฐมนตรี ช่วยให้บรรยากาศการต้อนรับไม่แข็งกระด้าง ไม่ห่างเหิน แต่เป็นมิตรอย่างพอดี”
คำว่า “เวลคัม” ในความหมายที่ผมเขียน ไม่ได้หมายถึงคำพูดคำใดคำหนึ่ง
“หากหมายถึงบรรยากาศ การต้อนรับที่เกิดขึ้นทั้งหมดของงาน”
จากผู้นำ เจ้าหน้าที่ ผู้ให้บริการ และคนไทยที่ทำให้แขกบ้านแขกเมืองรู้สึกว่า มาถึงที่ที่มีคนพร้อมต้อนรับ
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่ร่วมประชุมกล่าวขอบคุณและชื่นชมประเทศไทย คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ กล่าวขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีเอกนิติสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
ส่วนอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก กล่าวถึงวัฒนธรรมไทยและความรู้สึกของผู้ร่วมประชุมว่า ประเทศไทยทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
คุณจอร์เจียวายังสวมเสื้อที่ใช้ผ้าไทย เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ชวนให้ยิ้ม แต่มีความหมาย ในวัฒนธรรมไทยไม่ได้อยู่แค่ในคำกล่าวบนเวที แต่อยู่ในสิ่งที่ผู้มาเยือนเลือกสวมใส่ เลือกชื่นชม และเลือกจดจำ
รายละเอียดของงานก็พูดแทนเราได้มากกว่าคำโฆษณา
รูปแบบงานที่ดีไม่ได้มีเพียงฉากสวย แต่ต้องคิดตั้งแต่ภาพรวมไปจนถึงจุดเล็ก ๆ ตั้งแต่การจัดบูทให้เดินชมสะดวก การเลือกอาหารหลากหลาย จัดเป็นชุดเล็ก ๆ ให้ลองชิมได้ง่าย การนำเสนออาหารไทยในรูปแบบร่วมสมัยที่เข้ากับงานสากล การประดับตกแต่งไปจนถึงการแสดงต้อนรับและการใช้เทคโนโลยีช่วยให้การจัดการงานคล่องตัว มีรสนิยม
นี่คือความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย เป็น Soft Power ที่ไม่ต้องติดป้ายประกาศว่า “นี่คือ Soft Power” เพราะคนเห็นเอง ชิมเอง และรู้สึกเอง
ผมเห็นว่านี่เป็นจุดแข็งของไทย และเป็นงานที่แสดงศักยภาพด้านการจัดงานได้ในระดับโลก แต่ความสำเร็จจะมีความหมายยิ่งขึ้น เมื่อเราไม่หยุดอยู่แค่คำชมหลังงานเลิก
ซื้อสื่อได้ ประชาสัมพันธ์ได้ แต่ไม่มีอะไรแทนประสบการณ์จริงได้ทั้งหมด
คนที่เคยมาเห็นกับตา ชิมกับปาก และได้รับการดูแลด้วยตัวเอง ย่อมเล่าเรื่องได้ต่างจากคนที่เห็นเพียงภาพโฆษณา
นี่คือหัวใจของ “Thainess” ที่บางคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเรียกว่าอะไร เขาอาจเพียงรู้สึกสบายใจ อิ่มเอม เป็นมิตร และมีความสุขกับการอยู่ในประเทศไทย ความเป็นไทยบางอย่างไม่ต้องอธิบายยืดยาว เพราะคนสัมผัสได้ก่อนจะหาคำมาเรียกเสียอีก
คำถามคือ เมื่อผู้มาเยือนกลับบ้านแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เรื่องราวนี้เดินทางต่อไปด้วย
ข้อมูลผู้ลงทะเบียน ชื่อ องค์กร อาชีพ และประเทศต้นทาง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่าย แต่การนำไปใช้ต้องอยู่ภายใต้ความยินยอมและเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เมื่อใช้ได้ตามขอบเขต
อย่าปล่อยให้รายชื่อเหล่านั้นกลายเป็นเพียงเอกสารปิดงาน
ผู้ร่วมประชุมหนึ่งคนอาจเป็นผู้บริหาร นักธุรกิจ นักวิชาการ หรือผู้จัดงาน และอาจเป็นสะพานไปสู่เครือข่ายทั่วโลก หากเรารู้จักสานต่อ
รัฐบาลต้องเดินต่อ ควรมีทีมรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมตามประเทศ อาชีพ และความสนใจ ส่งคำขอบคุณที่มีเนื้อหาตรงกับผู้รับ เชิญผู้สนใจวัฒนธรรมกลับมาสัมผัสเทศกาลไทย ประเทศไทย เชื่อมผู้สนใจธุรกิจกับภาคเอกชน และชวนผู้จัดงานพิจารณาประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานครั้งต่อไป
เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนแบ่งปันประสบการณ์ด้วยเสียงของเขาเอง จัดทำภาพและข้อมูลที่นำไปเผยแพร่ต่อได้ง่าย เชิญชวนอย่างสุภาพ ไม่บังคับให้ใครเป็นกระบอกเสียงให้เรา เพราะคนที่ประทับใจจริงย่อมเล่าเรื่องได้เป็นธรรมชาติที่สุด
อย่าวัดผลเพียงจำนวนข่าวหรือยอดประชาสัมพันธ์
แต่ต้องถามให้ถึงว่า มีคนกลับมาเที่ยวหรือไม่ มีงานใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ มีใครแนะนำประเทศไทยให้คนอื่นหรือไม่ และโอกาสที่เกิดขึ้นกระจายไปถึงผู้ประกอบการกับชุมชนไทยมากเพียงใด
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ “ท่าน ” คนไทยสร้างความประทับใจไว้แล้ว อย่าปล่อยให้มันสูญหายไปพร้อมกับเที่ยวบินขากลับ
งานประชุมจบได้ แต่ภารกิจของประเทศยังไม่จบ เราต้องเปลี่ยนความประทับใจให้เป็นความสัมพันธ์ เปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เป็นผู้มาเยือน งาน และโอกาสใหม่
ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงเจ้าภาพที่จัดงานสำเร็จ แต่ต้องเป็นเจ้าภาพที่ทำให้แขกอยากกลับมา และเมื่อกลับไปแล้ว ก็อยากชวนคนอื่นมาเห็นด้วยตาตนเอง
“วัฒนธรรมคือทุนของชาติ การต้อนรับคือพลัง และการสานต่อคือยุทธศาสตร์”

