“แจ๊ซ ไมเนอร์เชนจ์”ใหม่ สไตล์สปอร์ตเพิ่มพื้นที่ใช้สอย

1.07.17 | 14:25 น.

เป็นรถเก๋งเล็กยอดนิยมอีกรุ่นของตลาดรถยนต์เมืองไทย สำหรับ ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ มีการปรับปรุงพัฒนาเอาใจแฟนๆ มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในรุ่นเจเนอเรชั่นที่ 3 รถแฮตช์แบ๊ก 5 ประตู ได้เปิดตัวรุ่น ไมเนอร์เชนจ์ ใหม่ ออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตขึ้น ด้วยการออกแบบด้านหน้าและด้านหลังให้ดูกว้างและปราดเปรียวมากขึ้นตามหลักอากาศพลศาสตร์

และพิเศษกับครั้งแรกในการแนะนำ ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ รุ่น RS นำเสนอ ออกแบบสไตล์สปอร์ตเฉพาะแบบ RS รอบคัน ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมสัญลักษณ์ RS

ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Light – DRL) แบบ LED กันชนหน้าพร้อมไฟตัดหมอกและกันชนหลังแบบสปอร์ตในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น RS กระจกมองข้างสีดำ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

จากแนวคิดการออกแบบภายในห้องโดยสาร แบบ ฟิวเจอริสติก ค็อกพิท (Futuristic Cockpit) ให้ความรู้สึกทันสมัย การจัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสายังคงใช้แนวคิด แมน แม็กซิมั่ม แมชชีน มินิมั่ม (Man Maximum Machine Minimum) ในการออกแบบ ความยาวของตัวถังรถและฐานล้อ ช่วยให้ห้องโดยสารและพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังมีขนาดใหญ่ ช่วยยึดเกาะถนน ห้องโดยสารขนาดใหญ่กว้าง

Advertisement

มาพร้อมเบาะนั่งสีดำลายใหม่ และสะท้อนความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม ในรุ่น RS พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งช่องเก็บของ กล่องเก็บแท็บเล็ต (เฉพาะรุ่น RS และ RS+) และที่วางแก้วน้ำสูงสุด 9 ตำแหน่ง

เบาะนั่งอัลตรา ซีท อันลื่อชื่อของฮอนด้า ตอบสนองการใช้งานได้หลากหลาย ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่ ยูทิลิตี้ โหมด (Utility Mode) พับเบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้าน เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลังได้มากถึง 906 ลิตร ลอง โหมด (Long Mode) พับเบาะด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาวได้ถึง 2,480 มิลลิเมตร ทอลล์ โหมด (Tall Mode) พับเบาะด้านหลังขึ้น ขยายเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูงได้ถึง 1,280 มิลลิเมตร และรีเฟรช โหมด (Refresh Mode) พับเบาะด้านหน้าเชื่อมต่อเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบาย

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในขณะขับขี่ ได้แก่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว (เฉพาะรุ่น V+, RS และ RS+) รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย (Bluetooth) (ทุกรุ่น) รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI (เฉพาะรุ่น V+, RS และ RS+)

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส (เฉพาะรุ่น V+, RS และ RS+) มาตรวัดเรืองแสง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID (เฉพาะรุ่น V, V+, RS และ RS+) ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ One Push Ignition System (เฉพาะรุ่น V, V+, RS และ RS+) ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ Honda Smart Key System (เฉพาะรุ่น V, V+, RS และ RS+) พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมง่าย ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด (เฉพาะรุ่น RS และ RS+) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น RS และ RS+) สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย (เฉพาะรุ่น V+, RS และ RS+)

เครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบช่วย การขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน อีโค แอสสิสท์ (ECO Assist) รองรับพลังงานทางเลือก E85

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบ อีโค โคชชิ่ง (Eco Coaching) ระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน (เฉพาะรุ่น V, V+, RS และ RS+) โดยจะแสดงผลด้วยการเปลี่ยนสีที่มาตรวัดเรืองแสง และ อีคอน โหมด (Econ Mode) (เฉพาะรุ่น S CVT, V, V+, RS และ RS+) เป็นระบบช่วยลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง โดยระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ ลิ้นปีกผีเสื้อและเกียร์ให้ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งปรับการทำงานของระบบปรับอากาศและการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ช่วยให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ระบบความปลอดภัย มีทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย จี-ฟอร์ซ คอนโทรล (G-Force Control – G-CON) ช่วยปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-Lock Brake System – ABS) ช่วยให้ควบคุมการบังคับพวงมาลัยเมื่อต้องเบรกกะทันหัน พร้อมระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้สมดุลมากขึ้น ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) เพิ่มการยึดเกาะถนน ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS)

มีเทคโนโลยีความปลอดภัยของรถเทียบเท่าระดับพรีเมียม อาทิ ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า ดูอัล เอสอาร์เอส (Dual SRS) ทุกรุ่น ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ i-Side Airbags (เฉพาะรุ่น RS+) และม่านถุงลมด้านข้าง ไซด์ เคอร์เทน แอร์แบ๊กส์ (Side Curtain Airbags) (เฉพาะรุ่น RS+) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (เฉพาะรุ่น V+, RS และ RS+) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย สามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน

มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีใหม่ คือ สีส้มฟีนิกซ์ (มุก)

มีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่ รุ่น RS+ ราคา 754,000 บาท RS ราคา 739,000 บาท V+ ราคา 694,000 บาท V ราคา 654,000 บาท S CVT ราคา 594,000 บาท S MT ราคา 555,000 บาท

ถือเป็นรถยนต์ครบเครื่อง ทั้งการขับขี่ ความสะดวกสบายในการโดยสารมีอุปกรณ์ครบครันตามสไตล์รถฮอนด้า ความประหยัดเป็นขวัญใจแฟนๆ รถแฮตช์แบ๊ก 5 ประตู อีกรุ่นที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะพัฒนาไปกี่รุ่นแล้วก็ตาม