กขค.จ่อคุมค่าจีพี บิ๊ก Ride-hailing เป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้ เล็งเอาผิดช่องทางปล่อยขายสินค้าด้อยคุณภาพ
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้เห็นชอบหลักการและ(ร่าง)ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง การกำกับโครงสร้างอัตราค่าบริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการเรียกรถขนส่งสาธารณะ และประเภทบริการจัดส่งตามอุปสงค์ พ.ศ… เพื่อดูแลโครงสร้างการกำกับอัตราค่าบริการของแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการเรียกรถและจัดส่งสินค้า (Ride-hailing) ซึ่งครอบคลุมบริการขนส่งผู้โดยสาร การจัดส่งสินค้าแบบออนดีมานด์ และบริการจัดส่งอาหาร (Food Delivery)
โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ต่อเนื่อง 30 วัน หรือสิ้นสุด 20 พฤศจิกายน 2569 ก่อนรวบรวมความคิดเห็นเสนอให้ บอร์ด กขค. พิจารณาและขอความเห็นชอบอีกครั้งในวันที่ 23 พฤศจิกายน คาดประธาน กขค. ลงลงนามเพื่อออกประกาศภายในวันที่ 4 ธันวาคม และมีผลบังคับใช้ภายใน 18 ธันวาคม 2569 หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศ คือ การกำกับดูแลการกำหนดค่าบริการ 5 ประเภทที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ รวมถึงค่าบริการในการให้บริการ ประโยชน์อื่นใด ส่วนแบ่งรายได้ และค่ารอคอย โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุมโครงสร้างการกำกับอัตราค่าธรรมเนียม ซึ่งโครงสร้างจะเกี่ยวกับกับการคิดอัตราค่าธรรมเนียม (GP) ตลอดจนการปรับเพิ่มหรือลดค่าบริการในแต่ละครั้ง ผู้ให้บริการต้องสามารถแสดงข้อมูลและชี้แจงเหตุผลที่เหมาะสมได้ว่า การกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการมีปัจจัยใดเป็นองค์ประกอบ เช่น ต้นทุนการดำเนินงานหรือการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่การกำกับจะไม่เกี่ยวข้องกับกำหนดราคาค่า GP และขอบเขตการบังคับใช้ มุ่งเน้นแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาด ไม่ได้ครอบคลุมผู้ให้บริการทุกราย เพื่อเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มรายเล็กและรายกลาง
โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหม่ สามารถเข้ามาแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้ตลาดมีผู้ประกอบการหลากหลายให้เป็นทางเลือกผู้บริโภค โดยเกณฑ์พิจารณาอำนาจตลาด ตามข้อมูลของร่างประกาศ คือ ผู้ประกอบการที่มีส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ 10% ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 33% ส่วนที่มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 33% ถือว่าเข้าข่ายมีอำนาจเหนือตลาด ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย โดยธุรกิจ Ride-hailing มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มบางประเภท เนื่องจากสามารถเรียกเก็บค่า GP จากทั้งสองฝั่งในคำสั่งซื้อเดียวกัน ทั้งจากไรเดอร์และร้านอาหารหรือร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีระบบงานพ่วงหรืองานซ้อน เช่น การรับคำสั่งซื้ออาหารจากหลายร้านในเส้นทางเดียวกันโดยใช้ไรเดอร์คนเดียว ซึ่งอาจมีค่ารอบและค่ารอคอยเพิ่มเติม ขณะที่ค่า GP ยังคงเดิม
“เป้าหมายกำกับดูแลการเรียกเก็บ GP ของแพลตฟอร์มรายใหญ่ เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการร้านอาหารและไรเดอร์เกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าบริการโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน และจากข้อร้องเรียนที่ได้รับเกี่ยวกับธุรกิจ Ride-hailing พบว่า ประมาณ 90% เป็นประเด็นเกี่ยวกับค่า GP โดยผู้ร้องเรียนสะท้อนปัญหาการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมหลายครั้ง รวมถึงการไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการปรับอัตราดังกล่าวมีต้นทุนหรือปัจจัยใดเป็นเหตุผลรองรับ กว่า 90% ทั้งร้านค้าและผู้ประกอบการร้านอาหารพูดเรื่องเดียวกัน คืออยู่ดี ๆ ก็ปรับขึ้น โดยไม่อธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงขึ้น เราจึงต้องนำเรื่องนี้มาดำเนินการก่อน ต่อปีปรับหลายครั้ง รวมกันกว่าหลายร้อยเปอร์เซ็นต์”

นางวรวรรณ กล่าว กขค.ไม่ได้มีหน้าที่กำหนดว่าผู้ให้บริการจะต้องเรียกเก็บค่า GP ในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะกำกับให้การกำหนดและปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการมีโครงสร้างที่ชัดเจน สามารถอธิบายได้ และมีความสมเหตุสมผล เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตลาดเอาเปรียบคู่ค้า และไม่ได้บังคับใช้กับแพลตฟอร์มทุกราย เนื่องจาก กขค.ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ อย่างไรก็ตาม จากการประเมินเบื้องต้น จะมีแพลตฟอร์มในกลุ่ม Ride-hailing ประมาณ 3 รายใหญ่อยู่ในข่ายการกำกับตามประกาศฉบับนี้
ขณะที่ข้อมูลของ กขค.ระบุว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 รายมีส่วนแบ่งตลาด Ride-hailing รวมกันประมาณ 90% ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นแบ่งส่วนแบ่งตลาดที่เหลือ สำหรับบทลงโทษกรณีผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามประกาศ มีโทษปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ โดยการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และความรุนแรงของผลกระทบจากการกระทำผิด
นอกจากปัญหาค่า GP แล้ว ยังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรงานให้ไรเดอร์ผ่านระบบอัลกอริทึม โดยเฉพาะการมอบหมายงานพ่วง (Batch) ซึ่งไรเดอร์ต้องรับสินค้าหลายคำสั่งซื้อในการเดินทางครั้งเดียว แต่ได้รับค่าตอบแทนในลักษณะที่แตกต่างจากจำนวนคำสั่งซื้อที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บค่าธรรมเนียม จากนี้จะดูเรื่องการร่วมโปรโมชั่นและเงื่อนไขการรับงานผ่านระบบแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากการพิสูจน์วิธีการทำงานของอัลกอริทึมมีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม กขค.จะให้ความสำคัญกับการกำกับโครงสร้างค่า GP ก่อน เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและไรเดอร์จำนวนมาก
ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Ride-hailing ประมาณ 17 เรื่อง อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา โดยยังไม่มีข้อสรุปการตัดสินในกลุ่มเรื่องร้องเรียนดังกล่าว สำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซประเภท Multi-sided Platform เช่น Shopee และ Lazada จะอยู่ภายใต้แนวทางกำกับดูแลอีกฉบับหนึ่ง เนื่องจากมีรูปแบบธุรกิจและลักษณะตลาดแตกต่างจากบริการ Ride-hailing แม้ว่าคำสั่งตามมาตรา 60 ที่ออกไปก่อนหน้านี้จะครอบคลุมผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มก็ตาม และขอยืนยันไม่ได้ต้องการกำกับราคา แต่ต้องการกำกับการแข่งขันที่เป็นธรรม หากจะขึ้นค่าบริการก็ต้องอธิบายได้ว่าขึ้นเพราะอะไร และมีเหตุผลสมควรหรือไม่ เพราะผู้ประกอบการรายเล็กและไรเดอร์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จากนี้จะประสานให้ผู้ประกอบการายใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์ทั้งสองประกาศ 6 รายมาให้ข้อมูลต่อไป
สำหรับกรณีการออกคำสั่งให้แพลตฟอร์มใหญ่ระงับการขึ้นค่าธรรมเนียม 6 เดือนนั้น จะสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และหากรายใดยังไม่ส่งเอกสารหรือการชี้แจงตามประกาศที่กขค.ออกมาใช้กำกับ อาจต้องออกคำสั่งให้แพลตฟอร์มรายใหญ่นั้น ระงับการขึ้นค่าธรรมเนียมต่อไปอีก
รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่าวว่า กขค. กำลังอยู่ระหว่างวางแผนปฎิบัติในการกำกับการแข่งขันทางการค้าเพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม อาทิ การออกประกาศกำหนดแนวทางปฎิบัติเพื่อการบังคับใช้ทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม Ride-hailing แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชในการจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะต้องให้มีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนวางจำหน่าย รวมถึงการปรับอัตราโครงสร้างค่าธรรมเนียมต่างๆ วางแนวทางปฎิบัติการค้าที่เป็นธรรมและคำนึงถึงจริยธรรม รวมถึงปรับปรุงกฎหมายที่สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน เช่น การควบรวม เป็น หลังจากได้มีการกำหนดเกณฑ์เครดิตเทอม (ระยะเวลาการจ่ายค่าซื้อขายสินค้าและบริการ) ที่จะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 3 พฤศจิกายนนี้ สำหรับคู่กรณีผู้ซื้อรายใหญ่กับผู้ขายเอสเอ็มอี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่จะต้องชี้แจงรายละเอียดค่า GP กับ กขค. ได้แก่ แกร็บ ไลน์แมน และโบลท์ และยังจะมีการใช้มาตรา 60 ของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 บังคับไปถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee , Lazada และ TikTok ด้วย เพราะมีการตรวจสอบพบว่า มีการขึ้นค่า GP ถี่มาก โดย Shopee ตั้งแต่ปี 2565-ปัจจุบัน ขึ้นไปแล้ว 10 ครั้ง ขึ้นรวม 433% และ Lazada ขึ้น 7 ครั้ง ขึ่นรวม 367% ส่วน TikTok กำลังตรวจสอบ

