หน้าแรก เศรษฐกิจ ไตรรัตน์ ยัน ...

ไตรรัตน์ ยัน สรณ ยังเป็นปธ.กสทช. สั่งมาก็ต้องทำ ชี้อีกฝ่ายจัดประชุม ไม่ได้ส่งมติให้สนง.

22.10.26 | 14:37 น.

ไตรรัตน์ ยันอยู่ข้างกฎหมาย ไม่อยู่ข้างใคร! เตือน 6 กก. จัดประชุม-เผยไม่อยากเกษียณพร้อมปัญหา

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เวลา 12.22 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวในงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานสำนักงาน กสทช. ว่า การทำงานก็ต้องยึดหลักของ ความถูกต้องแล้วก็กฎหมายต่างๆ พร้อมที่จะทำงาน เชิงนโยบาย แต่สภาวะสำนักงานฯ อาจจะทำให้ตัวสำนักงานเอง เกิดปัญหาในการที่จะขยับซ้ายก็เหนื่อย ขยับขวาก็เหนื่อย เพราะว่าทั้งสองฝั่งก็ว่าถูกต้องทุกอย่าง คือ ระเบียบการประชุม กสทช. ที่เรียนให้ท่านๆ ดูจะมีความระเบียบว่า การประชุมจะถูกกำหนดโดย ประธาน กสทช. ถูกประชุมวาระโดยประธาน กสทช. ซึ่งประธาน กสทช. ก็มีหนังสือสั่งการมา และ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ก็แสดงตนว่าเป็น ประธาน กสทช. สั่งการมาสืบตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งมาตรา 60 ก็ระบุว่า ประธาน กสทช. เป็นผู้กำกับดูแล สำนักงาน และให้เลขาธิการขึ้นตรง กับประธาน กสทช. และเลขาธิการก็กำกับ สำนักงาน กสทช.


“ผมทำงานผมก็ต้องยึดหลักของความถูกต้อง แล้วก็กฎหมายต่างๆ ผมไม่ได้อยู่ข้างไหน ผมอยู่ข้างกฎหมาย สิ่งที่ผมคิดก็ คือผมได้หารือกับฝ่ายกฎหมายของสำนักงานแล้ว แล้วก็ตกผนึกมาในทำนองแบบนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะถูกต้องขนาดไหน”นายไตรรัตน์กล่าว

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า คือ ระเบียบการประชุม กสทช. จะมีความระเบียบว่า การประชุมจะถูกกำหนดโดย ประธาน กสทช. ถูกประชุมวาระโดยประธาน กสทช. ซึ่งประธาน กสทช. ก็มีหนังสือสั่งการมา และ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ก็แสดงตนว่าเป็น ประธาน กสทช. สั่งการมาสืบตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งมาตรา 60 ก็ระบุว่า ประธาน กสทช. เป็นผู้กำกับดูแล สำนักงาน และให้เลขาธิการขึ้นตรง กับประธาน กสทช. และเลขาธิการก็กำกับ สำนักงาน กสทช. ซึ่งในเมื่อสภาพเป็นแบบนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ ก็ยืนยันว่าเป็น ประธาน กสทช. แล้วมีคำสั่งว่าเป็นรักษาการ ซึ่งก็ต้องทำตาม ในขณะที่ กรรมการ กสทช. 6 ท่าน อยากจะประชุม ผมก็อยากจะจัดให้ ผมก็พยายามที่จะอำนวยเท่าที่ผมจะทำได้

“ขอเรียนชี้แจงอย่างว่า การจัดประชุมนั้นไม่ได้จบแค่การประชุมนะ มติ กสทช. ทุกอย่าง เป็นคำสั่งทางปกครอง และการประชุมของท่าน ที่ผ่านมา 4 ครั้ง รวมทั้งเมื่อวาน ผมก็ยังไม่เคยได้รับ รายงานการประชุม หรือเทปบันทึกการประชุมเลย”นายไตรรัตน์กล่าว

Advertisement

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ถ้าดูตามระเบียบการประชุมที่ไม่เป็นทางการ ต้องมีทั้งบันทึก ทั้งเทปนะ และบันทึกเป็นหนังสือ สำนักงานฯ ก็ยังไม่ได้สักอย่าง มีแต่แจ้งข่าวว่าจะผ่านแล้ว 9 วาระ เมื่อคืนได้มีโอกาสร่วมทานข้าวกับ ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานทดสอบ

“ผมไม่ได้กฎหมายนะ ผมก็ถามท่านแบบคนที่มีความรู้ ผมถามว่าสิ่งที่ คณะกรรมการฯ ในการประชุม ที่ต้องจ่ายเงินให้กับบริษัท บริษัทหนึ่งซึ่งศาลสูงสั่งให้สำนักงานจ่าย ผมจ่ายได้ไหมครับ? เขาบอกผมว่า ถ้าท่านเลขาจ่าย เขาก็ฟ้อง เขาฟ้องห้องตรวจสอบทันที เพราะว่ายังไม่มีการพิสูจน์ว่าการประชุม ครั้งไหนที่ถูกต้อง แต่มีมติให้ผมไปจ่ายตังค์ ตามภาคบังคับ”นายไตรรัตน์กล่าว

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ในประเด็นการจ่ายเงินนั้น ขออธิบายว่า หากมีมติให้ตนออกหนังสือแจ้งผู้ประกอบการซ้ำๆ เพื่อให้หยุดการให้บริการประชาชน พร้อมปรับวันละ 2-3 ล้านบาท ผู้ประกอบการจะฟ้องร้องหรือไม่ ซึ่งมั่นใจว่าผู้ประกอบการก็จะฟ้องร้องอย่างแน่นอน เพราะยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าการประชุมของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 ท่านนั้นถูกต้อง

“ในขณะที่ท่านประธานเรียกประชุม ผมก็เรียนนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เพราะคำสั่งศาลออกมาผมก็ไม่เข้าใจ แต่ท่านประธานท่านแสดงตัวว่าท่านเป็นประธาน กสทช. อยู่”นายไตรรัตน์กล่าว

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ทั้งนี้เลยได้มาศึกษา พ.ร.บ. ศึกษาข้อบังคับ ผมไม่รู้เรื่องหรอก ตาม พ.ร.บ. ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดตอนที่ใช้มาตรา 15 มาตรา16 มาตรา17 มาตรา18 คือ ก่อนการเป็นกรรมการ กสทช. จะใช้คำว่า ผู้รับการคัดเลือกมาตลอด แต่พอมาตรา 19 และมาตรา 20 หลังจากมีคำสั่งลงมาตาม พ.ร.บ. เขาจะใช้คำว่า กรรมการ กสทช.

“ผมก็เลยไม่รู้ว่าตกลงท่านยังดำรงตำแหน่งอยู่หรือเปล่า เพราะการเปลี่ยนแปลงจากตำแหน่งมีเรื่องของคดี แต่ถ้ามาตรา 20 ก็มีอยู่ 4-5 วงเล็บ แล้วท่านก็ยังไม่เข้าสักกรณีหนึ่ง ก็เลยไม่รู้ว่าท่านเป็นประธานหรือไม่ได้เป็น แล้วผมก็ไม่รู้ว่าที่ 6 ท่านเรียกประชุมถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง คือผมเคยเตือน 6 ท่าน ไปว่าถ้าท่านอยากจัดประชุม ท่านทำหนังสือมาหาผม ผมเซ็นในฉบับเดียวกับ 6 ท่านเลยว่าจะจัดประชุม ผมจะทำให้ ท่านก็ไม่เอา”นายไตรรัตน์กล่าว

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ตามมาตรา 20 วรรค 5 ที่ระบุว่า “ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้ กสทช. ประชุมกันเพื่อเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ แล้วแจ้งให้ นายกรัฐมนตรีทราบ และให้นายกรัฐมนตรีนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ แล้วแต่กรณี” นั้น เป็นสิ่งแรกที่เข้าใจ ก็ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า แต่เป็นสิ่งแรกที่ควรจะทำ ก็คือท่านที่เหลือต้องเลือกประธานคนใหม่ หลังจากได้ประธานคนใหม่ ผมก็จะส่งมาที่เลขานุการฯ เพื่อทำตามขั้นตอนต่างๆ ท่านก็ไม่เอา ผมก็เลยไม่รู้ว่าผมจะต้องทำยังไง คือเป็นเส้นบางๆ ระหว่างการทำงานของสำนักงาน กสทช. ที่จะออกซ้ายหรือออกขวา

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ในฐานะสำนักงาน กสทช. ต้องขออภัยผู้ประกอบการและประชาชน หากการพิจารณาเกี่ยวกับการประชุมต้องใช้เวลานาน เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาให้ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ การประชุมนัดพิเศษ ที่ผ่านมา 3-4 ครั้ง ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือเทปบันทึกการประชุม แม้จะมีการประชุมและมีการแจ้งข้อมูลผ่านสื่อมวลชนแล้วก็ตาม อีกทั้งยังทราบว่ามีการจัดทำห้องเทปบันทึกการประชุม จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการจัดเก็บข้อมูลและการบันทึกการประชุมว่าเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ “ผมก็เป็นห่วงว่า น้องๆ ที่เข้าไปต้องยืนยันว่ามีแจกอะไรไป ให้ข้อมูลท่านๆ อะไรไป”

นายไตรรัตน์ กล่าวอีกว่า หากพิจารณาตามคำสั่งศาลหรือความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ระบุว่าประธานพ้นจากหน้าที่ สำนักงานก็ต้องพิจารณาว่าตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการอย่างไร ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาสำนักงานได้เสนอแนวทางในทุกกรณีที่เห็นว่าควรดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ดังนั้น สำนักงานจึงต้องยึดหลักกฎหมายและความถูกต้องเป็นสำคัญ โดยตนได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงมาโดยตลอดว่า สำนักงานต้องดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมาย เพราะภายหลังการประชุม มติที่ประชุมจะกลายเป็นสิ่งที่สำนักงานต้องรับผิดชอบนำไปปฏิบัติ

“ผมก็อายุราชการอีก 3 ปีจะเกษียณ ผมไม่ได้อยากจะเกษียณแล้วก็มีปัญหานะ เพราะว่าน้องๆ ทุกคนที่อยู่ระดับสูง ก็ไม่ใครอยากเกษียณแล้วมีปัญหา และน้องๆ อีกเกือบ 2,000 คน เขาก็ไม่ควรจะต้องมารับผลเสียอะไรแบบนี้”นายไตรรัตน์กล่าว

นายไตรรัตน์ กล่าว่า ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้นำเสนอข้อมูลที่ชี้แจงอย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อสำนักงาน กสทช. และขอย้ำว่าการทำงานของสำนักงานเป็นการทำงานเป็นทีม ไม่ได้แบ่งพรรคแบ่งพวก และขอให้ตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องประกอบการพิจารณา

“เราทำทุกอย่างตามระเบียบ ระเบียบสั่งให้ทำตามแบบนี้ เราก็ต้องทำตามนี้ ถ้าเราไม่ทำ ผมก็โดนอีกนะครับ เหมือนกับไฟแดงนะครับ ไฟเหลืองก็ไปไม่ได้ ให้ชะลอ แต่คุณไป ผมก็โดนปรับเหมือนกัน” นายไตรรัตน์กล่าว