คลัง ดันประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 7.5 หมื่นล้าน ครอบคลุม 31 ล้านครัวเรือน เล็งหั่นงบรักษาข้าราชการเหลือ 4.5 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเริ่มใช้นโยบายประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อเปลี่ยนจากการใช้งบประมาณเยียวยาผู้ประสบภัยโดยตรง ซึ่งมีภาระปีละกว่า 30,000 ล้านบาท มาเป็นระบบประกันภัย โดยรัฐจัดสรรเบี้ยประกันปีละ 15,500 ล้านบาท แลกกับวงเงินคุ้มครองความเสียหายรวม 75,000 ล้านบาทต่อปี โดยโครงการดังกล่าวให้บริษัทประกันวินาศภัยในประเทศร่วมรับความเสี่ยงตามความสามารถ และโอนความเสี่ยงมากกว่าครึ่งหนึ่งไปยังบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ
นายลวรณกล่าวว่า โดยวางแผนบริหารโครงการระยะยาว 5-10 ปี เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินและลดภาระงบประมาณ การจ่ายเงินชดเชยใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมประเมินระดับและระยะเวลาน้ำท่วม โดยพื้นที่ต้องได้รับการประกาศเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นทางการ จึงจะสามารถเคลมได้ เบื้องต้นจ่ายเงินประมาณ 10,000 บาท ก่อนตรวจสอบความเสียหายส่วนที่เหลือสูงสุดไม่เกิน 90,000 บาท กรมธรรม์คุ้มครองเฉพาะภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านทั่วประเทศไม่เกิน 31 ล้านครัวเรือน ส่วนความเสียหายก่อนวันดังกล่าวยังใช้กลไกเดิมผ่านธนาคารออมสินและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า รัฐบาลยังมีแนวคิดปฏิรูประบบงบประมาณค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ หลังพบว่าโรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขบางแห่ง เช่น โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ยังไม่ได้เชื่อมข้อมูลครบถ้วน เป้าหมายคือป้องกันการรับยาซ้ำจากหลายโรงพยาบาล ตรวจสอบการเจ็บป่วยเท็จ และติดตามการสั่งจ่ายยาที่ผิดปกติ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์จากตัวแทนขายยา
แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลต้องใช้งบประมาณค่ารักษาพยาบาลราว 70,000 ล้านบาทต่อปี หรือเกือบ 100,000 ล้านบาท จึงมีแนวคิดใช้ระบบประกันภัย การตรวจคัดกรองฟรี และบัญชียามาตรฐาน เพื่อควบคุมการรั่วไหลและตั้งเป้าลดงบประมาณเหลือประมาณ 45,000 ล้านบาทต่อปี โดยยังคงสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลของข้าราชการ

