วันที่ 22 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 (ต่อ) โดยมี นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 เป็นประธานในการประชุม
ในตอนหนึ่ง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เสนอญัตติขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนสังกัด กทม. โดยอภิปราย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การจัดอาหารกลางวันและนมโรงเรียน, งบประมาณซ่อมแซมโรงเรียน และการดูแลนักเรียนที่ไม่มีสัญชาติไทย

นายสุรจิตต์ กล่าวถึงประเด็นการดูแลนักเรียนที่ไม่มีสัญชาติไทย ว่า ตนไม่ได้ค้านสิทธิและหลักมนุษยชน แต่ตนนำข้อมูลมาสอบถาม นักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่ง มีนักเรียนทั้งหมด 256,408 คน เป็นนักเรียนที่ไม่ถือสัญชาติ 26,563 คน รัฐบาลสนับสนุนต่อคน อนุบาล 10,307 ปฐมวัย 11,480 มัธยมต้น 11,691 มัธยมปลาย 7,725 และงบกทม.เพิ่มเติม 4,700 บาทต่อคน นักเรียนไทยรวมทั้งนักเรียนไม่ถือสัญชาติไทยรวมประมาณ 15,000-16,339 บาทต่อคน โดยประมาณ

“นักเรียนที่ไม่ถือสัญชาติเขาได้สิทธิเทียบเท่าเด็กไทยทุกอย่าง มีแท็บเล็ต เขาก็ได้แท็บเล็ต เสื้อผ้าฟรี อาหารกลางวันฟรี อาหารเช้าฟรี อุปกรณ์การเรียนฟรี ทุกอย่างฟรีหมด นักเรียนไม่ถือสัญชาติไทย งบประมาณที่กรุงเทพมหานครใช้เงินภาษีของประชาชนของชาวกรุงเทพมหานคร รัฐบาลใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชน ประเทศไทยจ่ายทั้งหมดให้กับนักเรียนที่ไม่ถือสัญชาติ 379 ล้านบาทต่อปี โดยประมาณ
ท่านมีการจัดเก็บข้อมูล มีการติดตามข้อมูลหรือไม่ ว่านักเรียนที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยมาเรียนโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร จ่ายเงิน 1 ปี ประมาณเกือบ 400 ล้านบาท ท่านติดตามหรือไม่ว่าเด็กเหล่านั้นจบแล้วทำอะไรบ้าง กลับบ้านไหม? มาสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทยไหม? มาตอบแทนคุณแผ่นดินไทยไหม? มาทำอะไรให้กับกรุงเทพมหนานครบ้าง ท่านได้ติดตามไหม” นายสุรจิตต์ กล่าว

นายสุรจิตต์ กล่าวต่อไปว่า ตนได้คำตอบตอนประชุมเรื่องงบประมาณ ซึ่งไม่มีการติดตามไม่มีข้อมูลว่าเด็กเหล่านี้ 26,563 คน จบแล้วจะไปไหนต่อ จะเรียนอะไร กลับบ้านหรือไม่ ทางกทม.ไม่มีข้อมูล เพราะฉะนั้นเลยเป็นการเสนอแนะสำหรับสำนักการศึกษา ควรจะจัดเก็บและติดตามข้อมูลผลสำเร็จการศึกษาทุกระดับชั้นของนักเรียนที่ไม่ถือสัญชาติไทยอย่างต่อเนื่อง
“ผมย้ำว่าผมไม่ได้คัดค้านสิทธิและหลักมนุษยชนใดๆ ในฐานะที่ผมก็เคยไปเรียนต่างประเทศมา ได้มีโอกาสไปเรียนไม่มีอะไรฟรี ผมไปประเทศออสเตรเลียมา ตั๋วก็ไม่มีตั๋วฟรี ถ้าเป็นนักเรียนสัญชาติออสเตรเลียบัตรรถเมล์เขาจะจ่าย 30% 50% ที่เหลือรัฐบาลดูแล ค่าเรียนฟรี สำหรับนักเรียนที่ถือสัญชาติออสเตรเลีย นิวซีแลนด์เหมือนกัน ซึ่งไม่ฟรี” นายสุรจิตต์ กล่าวทิ้งท้าย




