คลัง ชะลอเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท หวังรักษาโมเมนตัมท่องเที่ยวไตรมาส 4
สืบเนื่องจากกรณีกระทรวงการคลังเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-29 ต.ค. 2569 ซึ่งกำหนดให้ผู้เดินทางต้องเสียภาษีทุกครั้งที่เดินทางออกนอกประเทศ โดยกำหนดจัดเก็บสำหรับการเดินทางทางอากาศ 1,000 บาทต่อคนต่อครั้ง โดยเปิดช่องให้ปรับขึ้นสูงสุดได้ไม่เกิน 5,000 บาท ตามกฎกระทรวง
เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ ว่า กระทรวงการคลังได้มีการหารือและตัดสินใจแล้วว่าจะยังไม่ดำเนินการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศของกรมสรรพากรในขณะนี้ เนื่องจากต้องการประเมินสถานการณ์ก่อน และมองว่าหากจัดเก็บในเวลานี้จะเป็นการสร้างภาระที่สูงเกินไป โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสายการบินและนักท่องเที่ยว ซึ่งหากมีการเก็บทั้งภาษีขาเข้าและขาออกจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์
โดยการตัดสินใจชะลอการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรักษากระแสและบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม World Bank และ IMF ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักและชาวต่างชาติมีความต้องการเดินทางกลับมายังประเทศไทยจำนวนมาก
นอกจากนี้ จากการเดินทางไปร่วมประชุม APEC ล่าสุด ยังพบว่ามีกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้การท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 คึกคักมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังทำให้สายการบินจากประเทศต่างๆ ได้เข้ามาหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น รัฐบาลจึงต้องการใช้โอกาสนี้เป็นแรงผลักดันเพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ สำหรับการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมในส่วนของ “ขาเข้า” นั้น เป็นส่วนที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นคนละส่วนกับของกรมสรรพากร



