หน้าแรก เศรษฐกิจ เกษตรฯ โต้ จด...

เกษตรฯ โต้ จดคุ้มครองกะเพราทั้งหมด ย้ำ จดแค่ 4 พันธุ์ ยัน ปลูก-กินได้ แต่ห้ามขายส่วนขยายพันธุ์

24.10.26 | 14:25 น.

เกษตรฯ โต้ ข่าวเอกชนจดคุ้มครองกะเพราทั้งหมด ย้ำ คุ้มครองแค่ 4 พันธุ์ หนุนวิจัยพัฒนา

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ และ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการจดทะเบียนและขอรับความคุ้มครองพันธุ์กะเพรา จนเกิดความเข้าใจว่ากะเพราถูกเอกชนจดคุ้มครองทั้งหมด และผู้ปลูกหรือผู้จำหน่ายกะเพราทั่วไปอาจมีความผิดนั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากการคุ้มครองพันธุ์พืชครอบคลุมเฉพาะพันธุ์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาขึ้นใหม่ และยื่นขอรับความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

นายกฤษ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการยื่นขอจดทะเบียนและขอรับความคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่จำนวน 4 พันธุ์ แก้วจุรี 01 แก้วจุรี 02 แก้วจุรี 03 แก้วจุรี 04 ต่อกรมวิชาการเกษตร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 โดยการคุ้มครองมีขอบเขตเฉพาะพันธุ์ที่ระบุไว้ ไม่ได้หมายความว่ากะเพราทุกสายพันธุ์ในประเทศไทยจะตกเป็นของเอกชนหรือถูกผูกขาดการใช้ประโยชน์


“ประชาชนและเกษตรกรยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง จำหน่ายผลผลิต และนำมาประกอบอาหารได้ตามปกติ ส่วนพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองนั้น กฎหมายไม่ได้ห้ามประชาชนรับประทานหรือใช้ประโยชน์จากผลผลิต รวมถึงการแจกจ่ายผลผลิตเพื่อการบริโภค” นายกฤษ กล่าว

นายกฤษ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ส่วนขยายพันธุ์ เช่น เมล็ดพันธุ์ กิ่งชำ หรือส่วนอื่นที่สามารถนำไปขยายพันธุ์ได้ โดยการนำส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปใช้ในลักษณะที่อยู่ภายใต้สิทธิของผู้ทรงสิทธิ โดยเฉพาะการผลิตหรือจำหน่ายเพื่อการค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น การปลูกกะเพราเพื่อบริโภค การนำใบกะเพรามาประกอบอาหาร หรือการจำหน่ายผลผลิตเพื่อบริโภค ไม่ถือเป็นการกระทำต้องห้ามเพียงเพราะกะเพราบางพันธุ์ได้รับความคุ้มครอง โดยต้องพิจารณาว่าเป็นพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองหรือไม่ และการกระทำนั้นเกี่ยวข้องกับส่วนขยายพันธุ์และอยู่ในขอบเขตสิทธิของผู้ทรงสิทธิตามกฎหมายหรือไม่

นายกฤษ กล่าวว่า ส่วนกรณีข้อกังวลว่า หากเมล็ดหรือส่วนขยายพันธุ์ของกะเพราที่ได้รับความคุ้มครองปลิวไปตกในแปลงเกษตรอื่น หรือปะปนในพื้นที่เพาะปลูก จะทำให้พืชในแปลงดังกล่าวกลายเป็นพันธุ์ของเอกชนทั้งหมดนั้น ไม่ใช่หลักการของการคุ้มครองพันธุ์พืช เนื่องจากการได้รับความคุ้มครองไม่ได้ทำให้เจ้าของพันธุ์มีสิทธิเหนือพืชทุกต้นที่มีลักษณะคล้ายกันหรือเกิดขึ้นเองในพื้นที่อื่นโดยอัตโนมัติ การพิจารณาสิทธิและการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

Advertisement

นายกฤษ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนส่งต่อหรือเผยแพร่ โดยเฉพาะประเด็นสิทธิในพันธุ์พืชที่มีรายละเอียดและขอบเขตการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างชัดเจน การที่กะเพราบางพันธุ์ได้รับความคุ้มครองจึงไม่ใช่การจดทะเบียนกะเพราทั้งหมด และไม่ได้ทำให้ประชาชนหมดสิทธิในการปลูก รับประทาน หรือใช้ประโยชน์จากกะเพราพันธุ์อื่นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครอง

นายกฤษ กล่าวว่า ทั้งนี้ การคุ้มครองพันธุ์พืชมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ สร้างแรงจูงใจในการปรับปรุงพันธุ์ และคุ้มครองสิทธิของผู้พัฒนาพันธุ์ตามกรอบกฎหมาย ควบคู่กับการคำนึงถึงสิทธิในการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชของเกษตรกรและประชาชน โดยการใช้สิทธิดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การผูกขาดพืชชนิดนั้นทั้งหมด