หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท. ดัน E2...

ส.อ.ท. ดัน E20-B20 เป็นเชื้อเพลิงมาตรฐาน สู้วิกฤตน้ำมันแพง ย้ำรัฐทำแล้วห้ามถอย

25.10.26 | 19:41 น.

ส.อ.ท. ดัน E20-B20 เป็นเชื้อเพลิงมาตรฐาน สู้วิกฤตน้ำมันแพง ย้ำรัฐทำแล้วห้ามถอย ชูโซลาร์บนดิน-ลอยน้ำ เพิ่มโอกาสถึง 1 ล้านครัวเรือน

 

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายชัพมนต์ จันทรพงศ์พันธุ์ กรรมการและเลขานุการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ ‘มติชน’ ถึงโครงการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ผ่านวงเงิน พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยให้วงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท ว่า การขยายรูปแบบติดตั้งจากเดิมที่มีเฉพาะบนหลังคา (Solar Rooftop) มาสู่การขยายให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งบนดินและทุ่นลอยน้ำ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้โครงการบรรลุเป้าหมายได้จริง เนื่องจากบ้านแต่ละหลังมีข้อจำกัดแตกต่างกัน โดยเฉพาะบ้านเก่าที่โครงสร้างหลังคาอาจไม่เหมาะกับการติดตั้งบนหลังคา การเปิดทางให้บ้านที่มีพื้นที่ว่างสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นดินได้ จะช่วยขยายฐานผู้เข้าร่วมโครงการและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในต่างจังหวัดเข้าถึงมาตรการได้มากขึ้น


นายชัพมนต์ กล่าวว่า สำหรับความพร้อมในด้านอุปกรณ์และวัสดุสำหรับติดตั้ง ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ โครงสร้างยึดจับแผง สายไฟ และระบบที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าประเทศไทยมีความพร้อมรองรับการติดตั้งกำลังการผลิตรวม 5,000 เมกะวัตต์ หรือเฉลี่ย 5 กิโลวัตต์ต่อครัวเรือน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตได้เองในประเทศทั้งหมด เพราะสามารถจัดหาผ่านการนำเข้าหรือให้ผู้รับเหมาจัดหาและติดตั้งแบบครบวงจรได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าห่วงคือจำนวนทีมช่างและระยะเวลาดำเนินงาน โดยหากติดตั้งระบบคิดที่ 3 วันต่อระบบ ทีมติดตั้งหนึ่งทีมจะทำงานได้ประมาณ 120 ครัวเรือนต่อปี หากต้องติดตั้งให้ครบ 1 ล้านครัวเรือนภายในกรอบงบประมาณปี 2570 จะต้องใช้ทีมติดตั้งจำนวนระดับ 10,000 ทีม ทั้งนี้ เชื่อว่าประเทศไทยมีช่างไฟฟ้าและช่างโซลาร์เซลล์ที่มีทักษะเพียงพอ แต่ยังต้องเร่งบริหารกำลังคนและวางแผนงานให้ทันตามเป้าหมาย

นายชัพมนต์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ต่อปี ผ่านธนาคารของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน นั้น เป็นมาตรการที่ดี เพราะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงระบบโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น มองว่าหากต้นทุนติดตั้งส่วนที่ต้องกู้เพิ่มเติมอยู่ที่ประมาณ 80,000-90,000 บาท หรือไม่เกิน 100,000 บาท ประชาชนจะมีภาระดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่สามารถลดค่าไฟฟ้าจากการใช้ไฟที่ผลิตได้ในช่วงกลางวัน และนำไฟฟ้าส่วนเกินขายคืนให้ระบบในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เพื่อนำรายได้มาช่วยชำระหนี้ได้ เมื่อผ่อนชำระครบ ระบบโซลาร์เซลล์ยังคงใช้งานต่อไปเพื่อช่วยลดค่าไฟหรือสร้างรายได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน หากติดตั้งได้ครบ 1 ล้านครัวเรือน ไทยจะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบได้รวม 5,000 เมกะวัตต์ และมีศักยภาพผลิตไฟฟ้าประมาณ 20 ล้านหน่วยต่อวัน

นายชัพมนต์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือคุณภาพงานติดตั้งและกระบวนการตรวจรับงาน เนื่องจากการเร่งติดตั้งจำนวนมากในระยะเวลาจำกัดอาจเพิ่มความเสี่ยงที่มาตรฐานงานจะไม่สม่ำเสมอ จึงขอเสนอให้ใช้กลไกตรวจสอบควบคู่กัน ทั้งจากการไฟฟ้าในฐานะผู้ดูแลระบบ และธนาคารในฐานะผู้ให้สินเชื่อ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่ติดตั้งมีความเรียบร้อยและได้มาตรฐาน ก่อนดำเนินการเบิกจ่ายเงินหรืออนุมัติในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

นายชัพมนต์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาค ซึ่งต้องมอง 2 มุม โดยหากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจไม่ใช่ปัญหาระยะยาว แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศไทยเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพราะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลต่อราคาสินค้า การขนส่ง และค่าครองชีพ แม้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ราคาสินค้าอาจไม่ได้ลดลงตาม จึงเป็นสิ่งที่น่ากังวล ส่วนการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง E20 (เอทานอล) และ B20 (ไบโอดีเซล) เป็นการส่งสัญญาณว่าประเทศไทยสามารถพึ่งพาทรัพยากรของตนเองได้มากขึ้น โดยเอทานอลใช้วัตถุดิบจากอ้อยและน้ำตาล รวมถึงมันสำปะหลัง ขณะที่ไบโอดีเซลใช้ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว การส่งเสริมเชื้อเพลิงเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการใช้ผลผลิตในประเทศ สร้างห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตร

นายชัพมนต์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปแล้วว่า ถ้าจะใช้ B20 กับ E20 อยากให้เซต 2 ตัวนี้เป็นเชื้อเพลิงมาตรฐาน ต่อไปนี้ไม่มี B5 ไม่มี B7 ให้เป็น B20 อย่างเดียว และไม่เปิด E10 หรือต่ำกว่า ให้ E20 เป็นพื้น แล้วไปพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ให้รองรับได้ทั้งหมด โดยดูว่ามีรถเก่าที่ยังต้องใช้เชื้อเพลิงต่ำกว่า E20 เหลืออยู่เท่าไรถ้าปรับเป็นแบบนี้ได้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเอทานอลและไบโอดีเซล จะมีความชัดเจนว่ามีช่องทางซัพพลายไปยังบริษัทน้ำมัน และบริษัทน้ำมันก็ใช้เกณฑ์นี้ในการผสมเชื้อเพลิงได้

“สิ่งที่ห่วงคือ เมื่อทำแล้วต้องไม่ถอย เพราะวันหนึ่งหากราคาน้ำมันถูกลง รัฐอาจกลับมาบอกว่าเอทานอลที่นำมาผสมเป็น E20 ไม่คุ้ม หรือไบโอดีเซลที่ผสมเป็น B20 ไม่ได้ทำให้ราคาถูกลง แล้วก็ไม่สนับสนุนต่อ ทำอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าท่านบอกว่าจะเอา E20 และ B20 เป็นตัวหลัก ท่านต้องห้ามถอย ต้องเดินหน้าต่อ ให้เป็นวาระแห่งชาติเลย”นายชัพมนต์กล่าว