ศุภาลัย บุกคอนโดเชียงใหม่ในรอบ 12 ปี ทุ่มงบ 2.55 พันล้านผุดคอนโด 33 ชั้น 755 ยูนิต กลางเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ศุภาลัย ธาม เชียงใหม่ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทกลับมาพัฒนาคอนโดมิเนียมในจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งในรอบ 12 ปี โดยเปิดตัวโครงการ “ศุภาลัย ธาม เชียงใหม่” มูลค่าโครงการกว่า 2,550 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ อาคารสูง 33 ชั้น รวม 755 ยูนิต และพื้นที่พาณิชย์ 2 ยูนิต พร้อมที่จอดรถรองรับ 60% ของจำนวนยูนิต โดยโครงการมีห้องพักขนาดเริ่มต้นที่ 35 ตารางเมตร เพดานสูง 2.7 เมตร และส่งมอบแบบ Fully Furnished พร้อมเฟอร์นิเจอร์ มีห้องตั้งแต่แบบ 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedrooms ไปจนถึงห้องแบบ Private Garden Residence และ Duplex Residence ขนาด 3-4 ห้องนอน โดยบริษัทกำหนดราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยประมาณ 67,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเปิด Pre-Sales อย่างเป็นทางการ วันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2569
นายไตรเตชะ กล่าวว่า จุดเด่นของโครงการคือตั้งอยู่ริมถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ เชื่อมต่อถนนสายหลัก ได้แก่ ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปางและย่านแก้วนวรัฐ และถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ทำให้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองและพื้นที่สำคัญได้สะดวก นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานศึกษา อาทิ โรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยพายัพ รวมถึงโรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงใหม่ และสถานีขนส่งอาเขต อีกทั้งสามารถเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ได้
นายไตรเตชะ กล่าวว่า เชียงใหม่เป็นจังหวัดสำคัญของบริษัท ปัจจุบันมีโครงการสะสม 25 โครงการ และยังดำเนินการอยู่ 8 โครงการ จังหวัดเชียงใหม่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดประมาณ 300,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 12 ของประเทศ มีประชากร 1.78 ล้านคน เป็นอันดับ 4 และมีผู้มีงานทำ 1.05 ล้านคน เป็นอันดับประมาณ 7 จุดเด่นคือมีรายได้จากหลายภาคส่วน ทั้งอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นจุดหมายท่องเที่ยวและตลาดบ้านหลังที่ 2 ของผู้ซื้อจากทั่วประเทศ ทั้งนี้ ยอดขายที่อยู่อาศัยเชียงใหม่เคยอยู่ที่ประมาณ 4,500 ยูนิตในปี 2561-2562 ก่อนลดลงเหลือประมาณ 2,000 ยูนิต ส่วนคอนโดมิเนียมลดจากประมาณ 1,500 ยูนิตต่อปี เหลือประมาณ 500 ยูนิต โดยในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา มี 7 ปีที่ยอดขายคอนโดมิเนียมสูงกว่าจำนวนเปิดตัวใหม่
นายไตรเตชะ กล่าวว่า ปี 2557 มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ประมาณ 35 โครงการ จากช่วง 4-5 ปีก่อนหน้าที่เปิดปีละ 1-2 โครงการ ปัจจุบันเหลือเปิดใหม่ประมาณ 3 โครงการต่อปี ขณะที่คอนโดมิเนียมอาคารสูงที่ยังเหลือขายมีประมาณ 2 โครงการ และมียอดขายแล้ว 75-85% ส่วนด้านตลาดเช่า ค่าเช่าคอนโดมิเนียมอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาทต่อเดือน ทาวน์โฮม 20,000 บาท และบ้าน 20,000 กว่าบาท โดยมีความต้องการเช่าทั้งบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาเชียงใหม่เป็นครั้งคราว ซึ่งอาจเลือกคอนโดมิเนียมเพราะดูแลรักษาง่ายกว่า
นายไตรเตชะ กล่าวว่า สำหรับการเปิดโครงการช่วงปี 2566-2569 คอนโดมิเนียมอาคารไม่เกิน 8 ชั้นมีโครงการใหม่ไม่มาก ส่วนคอนโดมิเนียมอาคารสูงมีจำกัด โดยข้อจำกัดมาจากผังเมืองและเขตรักษาความปลอดภัยด้านการเดินอากาศของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ผังเมืองที่ประกาศใช้ในปี 2569 มีการขยายพื้นที่บางส่วน แต่ยังมีเงื่อนไขเรื่องถนนที่โครงการตั้งอยู่ ซึ่งประเมินว่ามีจุดตัดถนนประมาณ 6 แห่งที่มีโอกาสพัฒนาอาคารสูงได้ ลูกค้าคอนโดมิเนียมเดิมของบริษัทเป็นคนไทย 84% และชาวต่างชาติ 16% ขณะที่ลูกค้าประมาณ 55% มาจากนอกจังหวัดเชียงใหม่ โดยคนที่มาจากกรุงเทพฯ มีมากที่สุด รองลงมาคือจังหวัดอื่นในภาคเหนือและภูมิภาคอื่น
นายชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“ศุภาลัย ธาม เชียงใหม่” ถูกสร้างขึ้นจากความตั้งใจที่จะให้อาคารแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างงดงามในทุกช่วงเวลา ภายใต้แนวคิด “Timeless” ที่มองเมืองผ่านทั้งรากวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์และวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่เติบโตไปพร้อมกัน ตัวอาคารจึงถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เป็นอีกหนึ่งภาพจำบน Skyline ของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกันยังกลมกลืนไปกับบริบทของเมือง ผ่านเส้นสาย สัดส่วน และโทนสีทองที่เชื่อมโยงกับแสงและสีของท้องฟ้า ถ่ายทอดออกมาเป็น TYMELESS DESIGN DNA ที่เรียบหรู มีเอกลักษณ์ และยังคงความงดงามได้เหนือกาลเวลา มิติของการอยู่อาศัยถูกต่อยอดด้วยการนำธรรมชาติเข้ามาอยู่ใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ผ่านพื้นที่สีเขียวรวมเกือบ 2 ไร่ ที่กระจายตั้งแต่พื้นที่ต้อนรับและสวนชั้นล่าง ต่อเนื่องขึ้นไปยังพื้นที่พักผ่อนบนชั้นสูงจนถึงดาดฟ้า เสมือนพื้นที่สีเขียวที่เดินทางไปพร้อมกับอาคารจาก Ground to Sky ควบคู่กับ 27 Facilities ที่รองรับทั้งการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน และใช้เวลาร่วมกัน อาทิ TYME Infinity Edge Pool พร้อม Jacuzzi, TYME Sky Lounge, Sky Jogging Track และ The Sky Viewpoint สะท้อนการออกแบบที่เชื่อมโยงทุกมิติของการใช้ชีวิตอย่างลงตัว พร้อมสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ยังคงคุณค่าเหนือกาลเวลา
นายชัยจักร กล่าวว่า นอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับสุขภาวะและคุณภาพอากาศ เพื่อมุ่งสู่การเป็นคอนโดฯ ปลอดฝุ่น โดยภายในห้องพักอาศัยติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่มีเทคโนโลยีกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง PM 1.0 ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางระบบปิดได้รับการเสริมด้วยระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยดูแลคุณภาพอากาศในพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยใช้งานร่วมกัน ควบคู่กับการนำ Touchless Technology เพิ่มความสะดวกสบายและลดการสัมผัส ผ่านระบบ Face Scan และระบบสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์ (LPR) สำหรับควบคุมการเข้า-ออกโครงการ ตลอดจนจุดรองรับ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันในด้านความปลอดภัย โครงการยังยกระดับความมั่นใจด้วยมาตรฐานวิศวกรรม โดยออกแบบและก่อสร้างตามข้อกำหนดของกฎหมายปี 2564 และมาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง (มยผ.) เพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว พร้อมเพิ่มความมั่นใจในระยะยาวด้วยการรับประกันโครงสร้างนาน 10 ปี และส่วนควบห้องชุดพักอาศัยนาน 3 ปี

