มร.มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดเผยว่า บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู อาร์ ไนน์ที เออร์เบิร์น จีเอส (R nineT Urban G/S) มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ผสมผสานดีไซน์ของมอเตอร์ไซค์คลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมประกาศการแข่งขันรอบคัดเลือก จีเอส โทรฟี่ เซาท์อีท์ เอเชีย ควอลิไฟเออร์ 2017 (GS Trophy Southeast Asia Qualifier 2017) เฟ้นหาสุดยอดนักบิดเอ็นดูโร่จากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อร่วมชิงชัยในการแข่งขัน อินเตอร์เนชั่นแนล จีเอส โทรฟี่ 2018 (International GS Trophy 2018) ที่ประเทศมองโกเลีย
“การแข่งขัน จีเอส โทรฟี่ เซาท์อีท์ เอเชีย ควอลิไฟเออร์ 2017 รอบคัดเลือกจะค้นหาสุดยอดนักบิดจากไทยเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเข้าร่วมทีมตัวแทนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแข่งขันในรายการ อินเตอร์เนชั่นแนล จีเอส โทรฟี่ 2018 นอกจากจะเป็นการประชันความเร็วแล้ว การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับสูงนี้ยังเป็นบททดสอบในด้านทักษะการขับขี่ ทีมเวิร์ก และความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจอีกด้วย” มร.เกลเซอร์กล่าว

มร.เกลเซอร์กล่าวว่า รายการ อินเตอร์เนชั่นแนล จีเอส โทรฟี่ 2018 เป็นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ระดับโลก จัดขึ้น 2 ปีครั้ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเอาชนะการขับขี่ในสภาพพื้นผิวอันท้าทายหรือทักษะการทำงานเป็นทีม การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภูมิภาคตลอดทั้งปี 2017 จะนำทางไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติในประเทศไทยนั้น การแข่งขัน จีเอส โทรฟี่ ควอลิไฟเออร์ 2017 รอบคัดเลือก จัดขึ้นวันที่ 1-2 กันยายน 2560 ณ คีรีมายา รีสอร์ท เขาใหญ่ รับสมัครสิงห์นักบิด GS เพียง 100 คน เพื่อคัดเลือกตัวแทนจากประเทศไทยเพียง 1 คน ไปเข้าร่วมทีมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มองโกเลีย พร้อมเตรียมสัมผัสภูมิประเทศตระการตาและหลากหลายบททดสอบเอ็นดูโร่แสนท้าทาย ผู้สนใจดูข้อมูลที่ www.bmw-motorrad.co.th/gstrophy 2017 หรือผ่านทาง Line ที่ @gstrophysea2017

สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู อาร์ ไนน์ที เออร์เบิร์น จีเอส โดดเด่นด้วยสไตล์ที่แตกต่าง แต่ยังคงเอกลักษณ์คลาสสิก ด้วยระยะเวลามากกว่า 35 ปี อักษรย่อ GS กับชื่อบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สื่อความหมายการผจญภัยด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนท้องถนนหรือการขับขี่ออฟโรด ดึงเอารหัสพันธุกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู R 80 G/S รุ่นแรกในตำนานจากยุค 80 พร้อมปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัยด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ภายใต้รูปลักษณ์เอ็นดูโร่ มาคู่กับเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ขนาดเครื่องยนต์ความจุ 1,170 ซีซี กำลังสูงสุด 81 กิโลวัตต์หรือ 110 แรงม้า สั่งงานด้วยเกียร์ 6 สปีด ลดอัตราการปล่อยมลภาวะตามเกณฑ์ อียู4 พอลลูแตนต์ คลาส ระบบไอเสียสแตนเลสมาพร้อมกับท่อไอเสียวางตำแหน่งไว้ด้านซ้าย

ล้อแบบซี่ลวด ล้อหน้าขนาดใหญ่กว่า 19 นิ้ว และยางออฟโรด 120/70 ZR 19 สไตล์เอ็นดูโร่ ล้อหลัง 17 นิ้ว พร้อมยาง 170/60 ZR 17 มีออปชั่นยางออฟโรดดอกลึก รวมไปถึงล้อซี่ลวด (filigree wired-spoke wheels) สไตล์คลาสสิก คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ สายเบรกหุ้มโลหะ และดิสเบรกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 320 มิลลิเมตร ระบบเบรก ABS ประสิทธิภาพสูง
สามเหลี่ยมแห่งสรีรศาสตร์จาก เออร์เบิร์น จีเอส (Urban G/S) ช่วยให้ผู้ขี่รู้สึกคล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์ยกสูงขึ้นเล็กน้อย พื้นผิวที่นั่งยาวและลึกขึ้น ที่พักเท้าหลังขนาดกว้างขึ้น ช่วยผ่อนคลาย ความสูงมาตรฐานของที่นั่งประจำซีรีส์นี้อยู่ที่ 850 มม.

รูปลักษณ์ถอดแบบมาจากมอเตอร์ไซค์รุ่นพี่ ทั้งยังคงคอนเซ็ปต์โทนสีเอาไว้เช่นเดียวกับเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ถังน้ำมันและบังโคลนด้านหน้ายังมาในสีขาวไลต์ไวท์ นอน-เมทัลลิก (Lightwhite non-metallic) เข้าคู่กับหน้ากากไฟหน้า ออกแบบมาตามสไตล์มอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู GS ของยุคนั้น
การตกแต่งแบบดั้งเดิมด้วยสองโทนสีน้ำเงินบนถังน้ำมัน และที่นั่งสำหรับสองคนสีแดงสว่าง เป็นการตีความคู่สีสื่อถึงบีเอ็มดับเบิลยูมอเตอร์สปอร์ตในปีก่อนๆ นอกจากนั้นเฟรมสีดำยังสะท้อนภาพในอดีตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
แผงหน้าปัดถูกออกแบบให้เข้ากับหน้ากากไฟหน้า มาตรวัดความเร็วทรงกลมแบบอนาล็อก ไฟสัญลักษณ์ และหน้าจอ LCD สองแถว รายละเอียดเน้นหรูหรา รวมไปถึงอะไหล่อลูมิเนียมต่างๆ เช่น ฟอร์ก บริดจ์ (fork bridge) แคลมป์จับแฮนด์อลูมิเนียม และอื่นๆ
สามารถนำอานหลังออก เพื่อปรับแต่งให้เหลือเพียงที่นั่งเดียว มีชุดแต่งออริจินัลจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มาให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแครชบาร์ กันล้มป้องกันเครื่องยนต์ และกระจังครอบไฟหน้า
จำหน่ายในราคา 975,000 บาท ณ ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทั่วประเทศ

