เอเชียฟู้ดแอนด์ดริ้งค์ ชูชาตราเบอร์ 5 ต่อยอดห้องเรียนอาชีพจากป่าเชียงราย ส่งตรงสู่คนรุ่นใหม่
นายธิติ หาญเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอเชีย ฟู้ด แอนด์ ดริ้งค์ เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2500 เรื่องราวของชาตราเบอร์ 5 เริ่มจากการรับซื้อเมี่ยง หรือชาอัสสัมป่าธรรมชาติจากชาวบ้านบนดอยเชียงราย ความผูกพันกับผู้คนและวัตถุดิบต้นน้ำค่อยๆ พัฒนาสู่ความรู้ด้านการคั่ว การเบลนด์ และการผลิตชา ก่อนก่อตั้งแบรนด์ชาตราเบอร์ 5 ในปี 2525 และสืบทอดประสบการณ์ต่อเนื่องมากว่า 4 รุ่น
นายธิติ กล่าวว่า ถือเป็นรากฐานขององค์ความรู้ด้านของแบรนด์ ซึ่งจากต้นชาอัสสัมป่าธรรมชาติบนดอยเชียงราย สู่ภูมิปัญญาการคั่วชาด้วยเตาฟืนโบราณที่อาศัยความชำนาญของคนคั่วในการสังเกตกลิ่น สี และความร้อนของใบชา ความรู้ที่สั่งสมและถ่ายทอดกันมายาวนานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชาตราเบอร์ 5 ภายใต้แนวคิด ORIGIN, CRAFT, INTEGRITY ที่ให้ความสำคัญกับต้นกำเนิดชา ความเชี่ยวชาญในกระบวนการผลิต และการเติบโตไปพร้อมกับผู้คน

“ชาตราเบอร์ 5 คุณค่าของชาไม่ได้มีเพียงรสชาติในถ้วย แต่ยังเชื่อมโยงกับผู้คนตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ชุมชนต้นน้ำ ผู้เก็บใบชา ผู้ผลิต ไปจนถึงร้านเครื่องดื่มและผู้บริโภค ความเชื่อดังกล่าวนำมาสู่ความตั้งใจที่จะส่งต่อคุณค่าของชาไทยให้เข้าถึงผู้ที่กำลังเรียนรู้และเริ่มต้นเส้นทางอาชีพของตนเอง” นายธิติ กล่าว
นายธิติ กล่าวว่า หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนความตั้งใจดังกล่าวคือ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ชารวม 100 กิโลกรัม ผ่านสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครทั้ง 10 แห่ง ในหลักสูตรบาริสต้าและหลักสูตรขนมอบ ประกอบด้วยชาเขียวสูตรโบราณ 50 กิโลกรัม และชาแดงอย่างดี 50 กิโลกรัม โดยมีพิธีส่งมอบ ณ โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง 1) ซึ่งมีผู้บริหารสำนักพัฒนาสังคม ผู้อำนวยการโรงเรียน และตัวแทนผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรม ภายในงานยังมีกิจกรรม Tea Experience เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองชิมเครื่องดื่มจากผลิตภัณฑ์ชาตราเบอร์ 5 พร้อมเรียนรู้แนวทางการชงและการนำวัตถุดิบไปประยุกต์ใช้เป็นเมนูเครื่องดื่ม เพื่อเชื่อมโยงความรู้ด้านชากับการฝึกปฏิบัติ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะสำหรับผู้ที่สนใจประกอบอาชีพด้านเครื่องดื่ม

นายธิติ กล่าวว่า นอกจากนี้ แบรนด์ยังเผยโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสื่อสารเรื่องราวของต้นกำเนิดชา อัตลักษณ์แบรนด์ และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สะท้อนการนำรากเหง้าและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนานมาสื่อสารกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในปัจจุบัน
“ที่ผ่านมาเราเติบโตจากความเชี่ยวชาญเรื่องชาและการทำงานอยู่เบื้องหลังธุรกิจมาเป็นเวลานาน วันนี้เราอยากนำประสบการณ์เหล่านั้นออกมาเชื่อมกับคนที่กำลังเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ผู้ประกอบการรายใหม่ หรือร้านเครื่องดื่ม เราไม่ได้อยากเพียงขายชา แต่ต้องการให้คนที่เลือกใช้ชาของเรา สามารถนำไปใช้ได้จริง เริ่มต้นได้ง่าย และพัฒนาต่อเป็นอาชีพได้” นายธิติ กล่าว



