ทุ่ม 4.5 หมื่นล้าน เวนคืน-ก่อสร้าง วงแหวนรอบเมือง บูม หาดใหญ่ ดันเศรษฐกิจโต
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทางหลวง (ทล.) เตรียมแผนเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติโครงการและเดินหน้าก่อสร้างให้ครบโครงข่าย “ถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่” จังหวัดสงขลา ระยะทางรวม 66.845 กม. วงเงินก่อสร้างกว่า 45,305 ล้านบาท อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ไฮไลต์ เพื่อยกระดับ “สงขลา” สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างเป็นระบบในเมืองหาดใหญ่ อีกหนึ่งศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่าง
โดยมีแนวเส้นทางเริ่มจากหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดพัทลุงสู่หาดใหญ่ และมุ่งหน้าสู่ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย รวมถึงเชื่อมต่อโครงข่ายสำคัญ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 414, 407 และ 43 ไปยังเมืองสงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

สำหรับการก่อสร้างกรมทางหลวงแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างระยะที่ 1 ระยะทาง 7.182 กม. วงเงินกว่า 3,378 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 1,268.7 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน 2,109.3 ล้านบาท ขณะนี้งานก่อสร้างด้านซ้ายทางคืบหน้าแล้ว 61.10% ส่วนด้านขวาทางคืบหน้า 28.30% คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดบริการภายในปี 2570 รูปแบบโครงการเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร แนวเส้นทางเริ่มจากทางหลวงหมายเลข 4 บ้านพรุ ถึงทางหลวงหมายเลข 4135 ทางเข้าสนามบินหาดใหญ่
เฟส 2 เวนคืนเพิ่ม 1.8 หมื่นล้าน
ส่วนระยะที่ 2 อีก 59.66 กม. มีรายละเอียดโครงการแล้ว จะใช้งบประมาณ 41,927 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 25,865 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน 18,062 ล้านบาท
ประกอบด้วย “ด้านตะวันออก” ระยะทาง 24.153 กม. เริ่มจากทางหลวงหมายเลข 414 บ้านทุ่งน้ำ ผ่านทางหลวงหมายเลข 407 และ 43 สิ้นสุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 4 ทางด้านใต้ของเมืองหาดใหญ่ ใช้งบประมาณเวนคืนที่ดินและก่อสร้างรวม 17,890 ล้านบาท

และ “ด้านตะวันตก” ระยะทาง 35.51 กม. เริ่มจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ วนขึ้นไปทางเหนือผ่านทางหลวงหมายเลข 4287 และเชื่อมทางหลวงหมายเลข 4 ทางด้านเหนือของเมืองหาดใหญ่ และไปสิ้นสุดที่จุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 414 ใช้งบประมาณเวนคืนที่ดินและก่อสร้างรวม 24,037 ล้านบาท
จากข้อมูลของกรมทางหลวงโครงการได้รับการอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมและ ครม.ขออนุมัติดำเนินโครงการภายในปี 2569
หากได้รับอนุมัติจะเริ่มการเวนคืนที่ดินในปี 2570 และก่อสร้างต่อไป ตั้งเป้าจะเริ่มก่อสร้างด้านตะวันออกในปี 2571-2575 และด้านตะวันตกในปี 2576-2580
เปิดการพัฒนาเมือง
กรมทางหลวงระบุว่า การมีโครงข่ายทางเลี่ยงเมืองถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสร้างการพัฒนาเมืองนั้นๆ อย่างโครงการ “ทางเลี่ยงเมืองเชียงใหม่” หรือทางหลวง 121 มีถนนวงแหวนรอบนอกถึง 3 วง ที่ช่วยจัดการจราจรเข้าสู่ตัวเมือง และการเดินทางผ่านไปยังอำเภออื่น ๆ
“ทางเลี่ยงเมืองขอนแก่น” หรือทางหลวง 230 เสริมศักยภาพให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเชื่อมต่อจังหวัดใกล้เคียง และ “ถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี” หรือทางหลวง 216 เป็นถนนบายพาสลดความแออัดตัวเมืองอุดรธานี และเชื่อมการเดินทางบนถนนมิตรภาพสู่จังหวัดหนองคายและสกลนคร
เช่นเดียวกับ “วงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่” เมื่อสร้างเสร็จจะสร้างการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจทั้งภาคใต้ตอนล่างและตอนบน

ขอบคุณที่มา : ประชาชาติธุรกิจ



