โฆษก ก.พลังงาน ตอก กรณ์ วิจารณ์ง่าย ลงมือยาก ถอดต้นทุนทิพย์ 1.08 หมื่นล้านแล้ว อย่าด้อยค่า ปชช.ได้ประโยชน์จริง
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ (ลอรี่) โฆษกกระทรวงพลังงาน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช ออกมาวิจารณ์ว่าการปรับหลักเกณฑ์การคำนวณราคาน้ำมันของกระทรวงพลังงาน “ยังไม่ใช่การปรับโครงสร้าง” และ “ไม่มีผลถึงราคาหน้าปั๊ม” รวมถึงกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหาราคาน้ำมัน
ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ราคาดีเซล B7 ลดลง 1 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91-95 ลดลง 0.50 บาทต่อลิตรทั่วประเทศ หลังกระทรวงพลังงานถอดค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียที่สมมุติว่าน้ำมันขนส่งมาจากสิงคโปร์ออกจากสูตรราคา ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2547 และปรับค่าสำรองน้ำมันให้ตรงกับปริมาณสำรองจริง ประหยัดเงินประชาชนได้ 1.08 หมื่นล้านบาทต่อปีอย่างถาวร
“คนไทยจ่ายค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสีย ให้เรือที่ไม่เคยแล่นจริงมา 22 ปี ถ้านี่ยังไม่เรียกว่าปรับโครงสร้าง ผมก็ไม่แน่ใจว่าต้องรออะไรครับ” นายพงศ์พลระบุ
โฆษกกระทรวงพลังงานยังตั้งข้อสังเกตว่า ต้นทุนดังกล่าวอยู่ในสูตรมาทุกรัฐบาล รวมถึงช่วงที่นายกรณ์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเป็นแกนนำรัฐบาลในปี 2552 หากถอดออกตั้งแต่ครั้งนั้น ผู้ใช้น้ำมันจะประหยัดได้ราว 1.7 แสนล้านบาท “สิ่งที่วิจารณ์ง่ายในวันนี้ ไม่เคยง่ายที่จะลงมือทำ”
ต่อข้อกล่าวหาว่า รัฐบาลไม่จริงใจเพราะลดภาษีเฉพาะ B20/E20 ลอรี่ชี้ว่าตัวเลขที่นายกรณ์ยกมาคลาดเคลื่อน โดยข้อมูลกรมธุรกิจพลังงานระบุว่า B20 มีการใช้เฉลี่ยราว 6 ล้านลิตรต่อวัน ไม่ใช่ 3 ล้านลิตร E20 ใช้ในมอเตอร์ไซค์และรถคันเล็กทั่วประเทศ ส่วน B20 ใช้ในรถขนส่งสินค้าและเครื่องจักรการเกษตร มาตรการนี้จึงช่วยคนรายได้น้อย เกษตรกร และภาคขนส่งโดยตรง และยังช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้าในระยะยาว “ไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะจบเมื่อไร 1 ปี หรือ 5 ปี แต่เอทานอลและไบโอดีเซล คนไทยปลูกเองได้”
ในปี 2552 นายกรณ์เคยยืนยันไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพราะห่วงวินัยการคลัง แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2554 รัฐบาลกลับลดภาษีดีเซลเหลือ 0.005 บาทต่อลิตร เพียง 19 วันก่อนยุบสภา และทิ้งรายได้รัฐที่หายไปให้รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดูแลต่อ “แบบไหนกันแน่ครับ ที่เรียกว่าจริงใจ”
ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงพลังงานย้ำว่า รัฐบาลเลือกไม่ใช้เงินภาษีตรึงราคาน้ำมันแบบเหมาเข่ง แต่ใช้มาตรการที่ตรงจุด ได้แก่ หักผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่น 3.18 หมื่นล้านบาทด้วยอำนาจ พ.ร.ก. 2516 ลดภาษีแบบมุ่งเป้าสำหรับ B20/E20 และถอดต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง 1.08 หมื่นล้านบาทต่อปี
“ผมเคยร่วมทางกับพี่ (พรรคกล้า) เพราะเชื่อในคำว่า ‘เรามาเพื่อลงมือทำ’ วันนี้รมว.เอกนัฏ และคนรุ่นใหม่ลงมือทำแล้ว ล้าง“ต้นทุนทิพย์” 22 ปีที่ไม่มีใครกล้าแตะ ไม่ต้องชมก็ได้ครับ แค่อย่าด้อยค่าสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์จริง” นายพงศ์พลระบุทิ้งท้าย




