ม.หอการค้า คาดต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 หั่นเหลือ 31.5 ล้านคน เซ่นพิษสงคราม-ด่านป่วน-วีซ่าแกว่ง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ปี 2569 คาดการณ์จีดีพีไทยจะขยายตัวได้ประมาณ 2.2% – 2.5 ผ่านเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 ตัวหลัก ได้แก่ 1.การลงทุนภาคเอกชน ที่โตโดดเด่นจากการลงทุนด้าน AI, Data Center และอิเล็กทรอนิกส์ 2.การส่งออก ขยายตัวได้ดีใกล้เคียง 18% – 20% แม้การนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์บริการที่สูงมาก ทำให้ไทยขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์เกิน 1 ล้านล้านบาท จะเป็นตัวบั่นทอนการเติบโตของจีดีพี 3.การใช้จ่ายภาครัฐ และ 4.ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเดิมคาดการณ์การเติบโตไว้ที่ 32–34 ล้านคน แต่ล่าสุดได้ปรับลดเป้าหมายปี 2569 ลงเหลือเพียง 31.5 ล้านคน เป็นการติดลบประมาณ 4.5%

“เศรษฐกิจไทยยังมีจุดที่เปราะบางสูง จนถูกสื่อและสถาบันต่างชาติจัดให้เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย และถูกคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะ Japanification หรือการที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำ ดอกเบี้ยต่ำ เข้าสู่สังคมสูงวัย และหนี้สาธารณะสูง ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นเร็วเกินไป เพราะไทยต่างจากญี่ปุ่นตรงที่ไทยยังเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง เติบโตต่ำกว่า 3% มีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ แต่ญี่ปุ่นตรงกันข้ามเพราะเป็นประเทศที่รวยแล้ว” นายธนวรรธน์ กล่าว
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ประเมินจากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสะสมที่ 25.46 ล้านคน ลดลง 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีจำนวน 26.69 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1.24 ล้านล้านบาท ลดลง 2.8% ทำรายได้เฉลี่ยต่อทริป อยู่ที่ 48,700 บาทต่อทริป ปรับเพิ่มขึ้น 1.82% จากปี 2568 ที่อยู่ประมาณ 47,800 บาทต่อทริป แต่การที่รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปที่ปรับสูงขึ้นนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ว่า มีความเพียงพอหรือไม่กับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงในปัจจุบัน โดยแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหดตัว 6.3% เพราะการจะไปให้ถึง 33 ล้านคนตามเป้าหมายเดิมต้องได้เดือนละ 3 ล้านคนในช่วงที่เหลือนี้ ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวไทย พบสัญญาณหดตัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละไตรมาส โดยไตรมาส 1 หดตัว 2.4% ไตรมาส 3 หดตัว 5.0% โดยประเมินเป็นรายตลาดพบว่า ตลาดอาเซียน ฉุดภาพรวมลดลง 4.62% หากตัดมาเลเซียออก อาเซียนจะติดลบกว่า 15.7% กัมพูชาหดตัวหนักสุด 86% จากปัญหาด่านชายแดนปิดตั้งแต่ปี 2568 ประเทศไทยเสียนักท่องเที่ยวไป 500,000 คน ขณะที่ตลาดเอเชียตะวันออกช่วยดึงภาพรวมไว้ได้โดยเฉพาะจีนที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ 500,000 คน ทดแทนจำนวนชายแดนที่หายไป ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่แม้ผู้ประกอบการ 52.2% จะมองว่าไทยมีศักยภาพดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งในปัจจุบัน ผู้ประกอบการ 59.1% มองว่าไทยด้อยกว่า เนื่องจากคู่แข่งพัฒนาเร็วกว่ามาก ตอนนี้ไทยยังเหนือกว่าเพียงเวียดนามเท่านั้น แต่ด้อยกว่า ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์อย่างมาก

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยว 368 รายทั่วประเทศ โดย 63% พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ 25% ขึ้นไป มองว่า สาเหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงใน 9 เดือนแรกมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.ปัจจัยภายนอกที่ไทยควบคุมไม่ได้ 48.1% ทั้งภาวะสงคราม ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจโลก 2.ข้อจำกัดภายในของไทยเอง 25.3% ทั้งเที่ยวบินลดลง ความสับสนด้านนโยบายวีซ่า ปัญหาด่านชายแดน รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย และ 3.นักท่องเที่ยวเปลี่ยนหมุดหมายไปประเทศคู่แข่ง 21.7% ซึ่งหากคิดเป็นปัจจัยภายในและคู่แข่งแย่งตลาดรวมกันสูงถึง 47%
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ประมาณการนักท่องเที่ยวปี 2570 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 – 34.9 ล้านคน มีประมาณ 40% ที่มองว่าจะต่ำกว่า 32.9 ล้านคน และกรณีที่ไทยจะกลับไปแตะ 40 ล้านคน เป็นระดับเดียวกับปี 2562 ก่อนโควิด-19 ได้นั้น มีเพียง 10.6% ที่เชื่อว่าจะเห็นภายในปี 2572 มากกว่า 80% มองว่าจะต้องรอถึงปี 2574 เป็นต้นไป ส่วนอีก 9.1% มองว่าไม่มีทางกลับไปเห็นตัวเลข 40 ล้านคนได้อีกเลย โดยคาดการณ์รายได้ปี 2570 ส่วนใหญ่คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการที่พึ่งต่างชาติประมาณ 1 ใน 5 หวั่นใจว่ารายได้อาจลดลง ตลาดที่มีศักยภาพสูงสุดยังคงเป็นจีน ครองอันดับ 1 ที่ 43.3% ขณะเดียวกัน ประมาณการปี 2570 กรณีฐาน (Base Case) คาดว่านักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 34.0 ล้านคน ขยายตัว 7.9% หรือเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านคนจากปี 2569 สร้างรายได้ 1.632 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ประมาณ 120,000 ล้านบาท


