‘ศุภจี’ เผยราคาสินค้าเกษตรขยับดี ลั่นต้องดูทั้งระบบห่วงโซ่ ให้ยืนระยะต่อเนื่อง นัดถก ‘พลังงาน-อุตฯ-สมาคมยานยนต์’ สัปดาห์หน้า แจงปมใช้พลังงานชีวภาพ ยันสินค้าไม่ขาดช่วงเหตุฉุกเฉิน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงแผนของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ในการทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีอย่างต่อเนื่องว่า ราคาสินค้าเกษตรในแต่ละตัวที่ดีขึ้นไม่ใช่ดีด้วยตัวเอง แต่มาจากการทำงานในช่วงที่ผ่านมาร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยบูรณาการกลไกทั้งหมดตั้งแต่ต้นทาง โดยกระทรวงเกษตรฯดูแลควบคุมคุณภาพ การคัดแยกเก็บส่ง การหาตลาดส่งออกเพิ่มเติม จึงทำให้ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยเติบโตทุกตัว เช่น ข้าว มีราคาสูงและจะทำให้คงราคานี้ต่อไปตลอดระยะเก็บเกี่ยวข้าวนาปีที่กำลังเริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว และเมื่อราคาสูง อาจทำให้ส่งออกยาก จึงต้องดูทั้งหมดในระบบห่วงโซ่ ทั้งเกษตรกร ผู้ค้า ผู้บริโภค และตลาดส่งออก ให้ทุกคนได้ประโยชน์ทั้งหมด
นางศุภจีกล่าวว่า ขณะที่ยางพารามีราคาดีที่สุดในรอบ 10 ปี จากการส่งออกสินค้าที่ทำจากผลิตภัณฑ์ยาง โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดใหญ่ รับซื้อจำนวนมาก รวมทั้งตลาดจีนและประเทศอื่นที่นำยางสดและแปรรูปไปใช้ ดังนั้น เมื่อเรานำสินค้าไทยไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้ก็ทำให้ราคาสูงขึ้น สำหรับสินค้าเกษตรอื่น เช่น ปาล์มน้ำมัน ปาล์มทะลายอ้อย มันสำปะหลัง ที่ได้รับการลดภาษีสรรพสามิต จากการนำมาช่วยสนับสนุนพลังงานชีวภาพในการผลิตไบโอดีเซล หรือแก๊สโซฮอล์ ทำให้มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาสูงขึ้น และจะต้องทำให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น รวมถึงดูแลเรื่องความชื้นให้เป็นไปตามที่กำหนด ย้ำว่าราคาสินค้าเกษตรจะให้ยั่งยืนดูเฉพาะปลายทางไม่ได้ ต้องดูไปทั้งระบบถึงต้นทาง และต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงเกษตรฯด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า น้ำมัน E20 และ B20 ทำให้ราคาดีขึ้นหรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า ตอนนี้เริ่มมีผลบ้าง สัปดาห์หน้ากระทรวงพาณิชย์จะเป็นเจ้าภาพ เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงสมาคมยานยนต์ และจักรยานยนต์ มาหารือในเรื่องการใช้ E20 จะใช้อ้อยมาทำเป็นเอทานอล และการใช้น้ำมัน B20 ที่ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน พร้อมเชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวของกับการกลั่นน้ำมัน หารือเตรียมความพร้อมเพื่อแจ้งเกษตรกร ให้ทราบราคารับซื้อและปริมาณที่ต้องใช้ เพื่อให้นำไปวางแผนได้ชัดเจนในระยะยาวต่อไป เนื่องจากเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลในการดูแลเรื่องเชื้อเพลิงชีวภาพ
นอกจากนั้น การหารือสมาคมยานยนต์และจักรยานยนต์มาพูดคุยร่วมกัน เนื่องจากประชาชนยังมีความกังวลว่าผลิตภัณฑ์ประเภทไหนใช้กับยานยนต์ประเภทใด และจะมีแผนเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานชีวภาพให้มากขึ้นได้อย่างไร จากนั้นจะชี้แจงรายละเอียดการหารือให้ประชาชนรับทราบต่อไป
เมื่อถามกรณีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์ให้เตรียมสินค้า สำหรับรองรับเหตุฉุกเฉินได้ 72 ชั่วโมง นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะดูไม่ให้สินค้าขาดแคลน เช่น เหตุน้ำท่วมที่ผ่านมา พาณิชย์จังหวัดจะอยู่หน่วยหน้าในพื้นที่ที่มีผลกระทบน้ำท่วม ร่วมกับมหาดไทยและ ปภ. ขณะที่ตนจะดูซัพพลายเชน อุปทาน การบริหารการจัดส่งสินค้าของห้างค้าปลีกค้าส่ง ศูนย์กระจายสินค้า ต้องเก็บสต๊อกให้พอเพียงสำหรับขนส่งไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างพอเพียง และเพิ่มรอบ เพิ่มคน จัดการระบบเมื่อมีภัยพิบัติ
นางศุภจีกล่าวอีกว่า จากการทำงานใกล้ชิดกันมั่นใจว่าเรื่องการกระจายสินค้า การค้าปลีก ค้าส่งจะไม่ขาดแคลน ส่วนระบบบริหารจัดการผลิต เช่น ลงไปดูบริษัทผลิตรถยนต์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจและมีปัญหาอะไรหรือไม่ รวมถึงหารือกับกระทรวงการคลังเรื่องภาษี ในกรณีที่ต้องซื้อเครื่องจักรมาทดแทนช่วงน้ำท่วม ทั้งหมดเรามีความพร้อมในช่วงฉุกเฉิน



