เดอะมอลล์ ทุ่มทุนรับไฮซีซั่น เปิดตัว MR. MEN AND LITTLE MISS ปลุกคลื่นกำลังซื้อปลายปีกระฉูด
น.ส.วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป สานต่อ FIRST EXPERIENCE กับแนวคิดการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง เพื่อเป้าหมายและเหตุผลใหม่ในการมาเยือนทุก Festive Season จาก Monchhichi สู่ MR. MEN AND LITTLE MISS ต่อยอด ประสบการณ์ การจับจ่าย การท่องเที่ยว FIRST EXPERIENCE สร้างความสดใหม่ให้เป็นสิ่งที่ลูกค้าตั้งตารอในทุก Festive Season เดอะมอลล์ กรุ๊ป สานต่อแนวคิดการสร้างประสบการณ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง จากความสำเร็จของ Monchhichi ในปีที่ผ่านมา สู่ MR. MEN AND LITTLE MISS สร้างเหตุผลใหม่ให้ลูกค้าอยากกลับมาค้นพบประสบการณ์ที่แตกต่างของ คาแรคเตอร์ มาร์เก็ตติ้ง สู่ไลฟ์สไตล์ CREATE EVERY TOUCHPOINT INTO A HAPPY MOMENT สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการตกแต่งศูนย์การค้า พร้อมตั้งเป้าหมายมียอดขายเติบโตขึ้นจากช่วงปกติอีก 15% และดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่ม 20%

น.ส.วรลักษณ์ กล่าวว่า ผนึกความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรุงเทพมหานคร VISA และพันธมิตรธุรกิจ เชื่อมประสบการณ์ค้าปลีกเข้ากับการท่องเที่ยว ขยายโอกาสการใช้จ่ายทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปีนี้ ผ่านการเชื่อมความสนใจและการมีส่วนร่วมของลูกค้า สู่การเดินทางและการจับจ่ายจากโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท พร้อม Exclusive Collection และ Premium Limited Collection โดยจัดแสดง MR. MEN AND LITTLE MISS คาแรกเตอร์ระดับโลกจากประเทศอังกฤษ ที่ครองใจผู้คนมายาวนานกว่า 55 ปี ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 – 10 มกราคม 2570 ภายใต้แคมเปญ The Mall Group The Great Happy New Year 2027 ครอบคลุม 8 โลเคชันของกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์
“ความท้าทายของธุรกิจ Retail ในวันนี้ ไม่ใช่การทำให้เทศกาลใหญ่ขึ้นทุกปี แต่คือ การสร้างเหตุผลใหม่ให้ลูกค้าอยากกลับมาในทุกปี สิ่งที่ Retail ต้องสร้างเพิ่มคือ Expectation of Newness การทำ FIRST EXPERIENCE จึงไม่ใช่ Campaign Idea ที่เกิดขึ้นเฉพาะปีนี้ แต่เป็นแนวคิดสำคัญในการมองหาสิ่งใหม่จากทั่วโลก รวมถึงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของไทย แล้วนำมาพัฒนาเป็นประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสจริง” น.ส.วรลักษณ์ กล่าว

น.ส.วรลักษณ์ กล่าวว่า หนึ่งใน Experience สำคัญของปีนี้คือ HAPPINESS HEADQUARTERS ศูนย์บัญชาการสร้างความสุข ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2569 – 5 มกราคม 2570 พื้นที่ถ่ายทอดโลกของ MR. MEN AND LITTLE MISS ผ่าน Immersive Multi-Sensory Experience ผสานแสง สี เสียง การตกแต่ง และ Interactive Activities พร้อมแลนด์มาร์กต้นคริสต์มาส MR. MEN AND LITTLE MISS สูงกว่า 15 เมตร เพื่อสร้างพื้นที่ให้ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้บริโภคหลากหลายเจเนอเรชันได้เข้ามาสัมผัสและสร้างประสบการณ์ร่วมกัน
ทั้งนี้ ยังเตรียมกิจกรรมจากมากกว่า 33 ศิลปินและวงดนตรี ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ บางแค งามวงศ์วาน และท่าพระ อาทิ SLOT MACHINE, NONT TANONT, THREE MAN DOWN, TILLY BIRDS, INK WARUNTORN, TIMETHAI, TAITOSMITH, OAT PRAMOTE, ATLAS และ PERSES เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้พบปะ รับประทานอาหาร และใช้เวลาร่วมกัน
น.ส.วรลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับเดอะมอลล์ กรุ๊ป Experience ไม่ได้จบที่ความตื่นตาหรือ Engagement แต่ต้องสามารถสร้างคุณค่าต่อเนื่องไปสู่ธุรกิจได้ ความสำเร็จจาก Festive Campaign ที่ใช้ Monchhichi ในปีที่ผ่านมา สะท้อนผ่านยอดขายที่เติบโต 15% เมื่อเทียบกับแคมเปญปีก่อน พร้อม Social Engagement 3.95 ล้านครั้ง และยอดรับชมวิดีโอเกี่ยวกับแคมเปญมากกว่า 13 ล้านครั้ง โดยในปีนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการมากกว่า 20% พร้อมโปรโมชั่น รางวัล และสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้ารวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 – 10 มกราคม 2570 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Festive Campaign เพื่อเชื่อม Experience เข้ากับ Commercial Impact ตลอด Customer Journey ตั้งแต่การสร้างความสนใจการเดินทางมา การใช้เวลา การมีส่วนร่วม ไปจนถึงการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มเติม

น.ส.วรลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค้าปลีกปี 2570 คาดว่าจะคึกคักมากขึ้น จากการทยอยเปิดตัวศูนย์การค้าและแบรนด์ใหม่ๆ อาทิ ในย่านรามคำแหง เชื่อว่าจะช่วยสร้างจุดดึงดูดใหม่ๆ ให้แก่ย่านการค้า และร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อปลุกความคึกคักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดงานวิ่งช่วงที่ผ่านมาในธีมซอมบี้ รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ เส้นทางเรือเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มที่ชอบค้นหาประสบการณ์แปลกใหม่ ซึ่งการสร้างย่านการค้าให้แข็งแรงจะส่งผลบวกต่อทั้งเศรษฐกิจและการเติบโตในทุกมิติ
น.ส.วรลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาความขัดแย้งฝั่งยุโรปและสหรัฐนั้น เนื่องจากไทยวางตัวเป็นกลาง จึงคาดว่า จะทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนปรับเปลี่ยนเป้าหมาย ส่งผลให้ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียได้รับอานิสงส์ในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยจากปัจจุบันศูนย์การค้าในเมืองมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 40–50% โดยไทยยังคงได้เปรียบจากซอฟต์พาวเวอร์และทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการเตรียมประกาศรางวัลมิชลินไกด์ เพิ่มเติมจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเร่งการท่องเที่ยวและการจับจ่าย





