หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นไทยรูดแรง...

หุ้นไทยรูดแรง ลบ 32.29 จุด ไหลตามตลาดสหรัฐ ธุรกิจใหญ่เผชิญแรงเทขายลดความเสี่ยง

6.11.26 | 18:11 น.

หุ้นไทยรูดแรง ลบ 32.29 จุด ไหลตามตลาดสหรัฐ ธุรกิจใหญ่เผชิญแรงเทขายลดความเสี่ยง

วันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,497.96 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,465.70 จุด ปรับลดลง 32.29 จุด หรือ 2.16% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,483.20 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,461.08 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 79,435.65 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการกลับมาเคลื่อนไหวที่ระดับต่ำกว่า 1,500 จุดอีกครั้ง หลังวิ่งขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 1,652.97 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีหุ้นไทย ปรับตัวลงแรงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยแรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ หลังจากได้รับบรรยากาศเชิงลบจากหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศที่ปรับตัวลง ประกอบกับมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคาร ไอซีที ขนส่ง และพลังงาน เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม โดยนักลงทุนยังคงจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ รวมถึงการเคลื่อนไหวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐหลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐราคาปรับลดลงอย่างรุนแรง โดยทรัมป์ ได้โยนเหตุผลที่ทำให้ราคาหุ้นสหรัฐตกลงเป็นเพราะพรรคเดโมแครต นักลงทุนต่างเกิดความกังวลผลกระทบจากการคุมเข้มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จะทุบหุ้นเทคโนโลยีทรุดหนัก


ดัชนียืนในแดนลบต่อเนื่องจากความกังวลหลังพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาฯ ทำให้อาจจำกัดเทคโนโลยีเอไอ ส่งผลให้มีแรงขายออกมาในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งนักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายใน SET50 Futures เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม โดยมีปัจจัยลบจากสัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือ 2.72% ปิดที่ 90.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย สร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน ขณะเดียวกันนักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินแนวโน้มที่สหรัฐและอิสราเอลอาจเปิดฉากท้าสงครามกับอิหร่านอีกครั้ง อีกทั้งกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศคว่ำบาตรระลอกใหม่ต่อบริษัทและบุคคลในอินเดียและตุรกี ฐานให้การสนับสนุนอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าไล่เบี้ยทุกคนที่ช่วยเหลือรัฐบาลอิหร่านต่อไป ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด