เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยรวมถึงในจังหวัดระนอง มุมหนึ่งของผู้ประกอบการมองว่าเกิดจากปัญหาของการดำเนินนโยบายของรัฐที่ขาดความต่อเนื่อง จนก่อให้เกิดปัญหากับผู้ประกอบการที่ต้องกลายเป็นผู้กระทำความผิดไปแบบไม่ตั้งใจ ถึงแม้จะพยายามทำให้ทุกอย่างถูกต้อง แต่เมื่อถึงเวลาที่มีการขาดตอน ทุกอย่างที่ทำถูกต้องมาทั้งหมดก็กลายเป็นผู้กระทำความผิด
นายยรรยงค์ น้ำผุด เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า ประเด็นของการดำเนินนโยบายและการแก้ปัญหาของภาครัฐในห้วงเวลาย้อนหลังเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มองเผื่อไปในอนาคตในการรองรับปัญหา จนก่อให้เกิดปัญหา และสุดท้ายก็ไปตกอยู่กับผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานที่ต้องกลายเป็นผู้กระทำความผิด เช่น การพิสูจน์สัญชาติและทำหนังสือเดินทางชั่วคราวในปี 2553 ส่งผลให้แรงงานเริ่มไหลเข้าสู่หัวเมืองชั้นใน อันเกิดจากการไม่มีมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานของรัฐ รวมถึงแรงงานสามารถไปขออนุญาตทำงานกับนายจ้างใหม่ในจังหวัดอื่นได้อีก ทั้งที่มีการขึ้นทะเบียนกับนายจ้างที่ จ.ระนองไว้แล้ว ซึ่งตามกฎหมายแล้วไม่สามารถทำได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ จ.ระนอง
นายยรรยงค์กล่าวต่อว่า ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต่างๆ มีความพยายามและตั้งใจจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องแรงงานต่างด้าว แต่การดำเนินนโยบายของรัฐที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและไม่มองไปในอนาคตเพื่อรองรับปัญหา ได้ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานให้กลายเป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งความไม่ต่อเนื่อง ความยุ่งยาก รวมถึงการติดขัดในข้อกฎหมายต่างๆ เมื่อมองย้อนกลับไปก็กลายเป็นว่าผู้ประกอบการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ทั้งๆ ที่อยากจะทำให้ถูกต้อง แต่ทำไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่เปิดช่อง ซึ่งเมื่อปัญหาเกิดขึ้นเป็นวงกว้างแล้ว หรือมีการเรียกร้องจากภาคเอกชน รัฐถึงจะออกมาแก้ปัญหาเป็นครั้งๆ ไป แต่ในการออกกฎหมายในช่วงหลังมานี้ เป็นการบีบบังคับผู้ประกอบการเสียมากกว่าที่จะอำนวยความสะดวกหรือส่งเสริมเศรษฐกิจในภาพรวม

ด้าน นางผเยือรัตน์ รัตนงพิสัตย์ หรือเจ๊เบิร์ด ผู้ประกอบกิจการแปรรูปแมงกะพรุนส่งออกรายใหญ่ของระนองบอกว่า ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของกฎหมายแรงงานต่างด้าวคือ การไม่สามารถนำแรงงานออกไปทำงานนอกสถานที่ที่จดทะเบียนได้ เช่น จดทะเบียนไว้ที่โรงงาน แต่เมื่อจะออกไปรับซื้อวัตถุดิบตามแพปลาหรือสถานที่ต่างๆ ก็ไม่สามารถนำแรงงานออกไปช่วยงานได้ เพราะต้องทำการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพิ่มเติม ซึ่งแพปลาหรือสถานที่ที่ต้องไปรับซื้อวัตถุดิบคือแมงกะพรุนมีเป็นสิบเป็นร้อยแห่ง หรือบางแห่งเจ้าของสถานที่ก็ไม่ยินยอมให้นำเอกสารของเขาไปขึ้นทะเบียน หรือในบางครั้งที่มีการออกกฎหมายหรือข้อบังคับใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ควรจะมีข้อแนะนำหรือตั้งโต๊ะให้คำแนะนำที่ชัดเจน ก่อนที่จะออกตรวจจับ เพราะตนผลิตสินค้าส่งออกต่างประเทศ ก็ต้องการจะทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมายและถูกต้องอยู่แล้ว
เช่นเดียวกับ นางสำเภา สุขกลาง ผู้ประกอบการแพปลาที่ประสบปัญหากับการใช้แรงงานนอกสถานที่ ถึงแม้จะเป็นนายจ้างคนเดียวกัน อีกทั้งยังบอกด้วยว่า กฎหมายที่ออกมายังขัดกับบริบทของสังคมไทย หรือเป็นเพราะภาครัฐเกรงกลัวอะไรมากไปจึงได้เข้มงวด เช่น การให้นักเรียนนักศึกษามาทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมก็ไม่ได้ การให้ลูกหลานมาดูงานมาศึกษางานของพ่อแม่ก็ทำไม่ได้ ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ห้ามปราม โดยบอกว่าจะไปขัดกับกฎหมายการใช้แรงงานเด็ก


