หน้าแรก เศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ ชี...

ทีดีอาร์ไอ ชี้เงินเฟ้อพุ่งฉุดกำลังซื้อประชาชน หวั่น ‘คลัง’ ถังแตกหมดแรงกระตุ้น ศก.

8.11.26 | 05:11 น.

ทีดีอาร์ไอ ชี้เงินเฟ้อพุ่งฉุดกำลังซื้อประชาชน หวั่น ‘คลัง’ ถังแตกหมดแรงกระตุ้น ศก.

นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยว่า จากกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวสูงสุดในรอบ 45 เดือน รวมถึง มีสินค้ากว่า 306 รายการที่ปรับตัวขึ้นนั้น ต้องบอกว่า ต้นตอของปัญหาเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นมานั้น เป็นผลจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก การทำสงคราม และการกีดกันการค้า ซึ่งประเทศไทยมีจุดอ่อนในเชิงโครงสร้างของตัวเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะภาคการขนส่งโลจิสติกส์ ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกอย่างรุนแรง เนื่องจากพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศปริมาณสูง และมีโครงสร้างการขนส่งที่ยังพึ่งพายานยนต์บนถนนเป็นหลัก ไม่ได้ใช้ระบบรางเหมือนหลายประเทศ ทำให้การส่งผ่านราคาน้ำมันโลกเข้าสู่ไทยเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน การหารายได้ รวมถึงการเติบโตของจีดีพีไทยในภาพรวม


“ต้นทุนราคาน้ำมันซ่อนในอยู่ทุกอุตสาหกรรม เพราะราคาน้ำมันถือเป็นต้นทุนพื้นฐานของทุกภาคส่วน ทั้งในภาคเกษตรกรรม อาทิ ราคาปุ๋ย กระบวนการผลิตสินค้า การขนส่งสินค้าไปยังผู้บริโภค ตลอดจนการเดินทางในชีวิตประจำวัน เมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็ไปดันให้เงินเฟ้อกระจายตัวกว้างตามราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวขึ้น โดยปัจจุบันภาวะเงินเฟ้อไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาน้ำมันอีกต่อไป แต่ได้ขยายตัวกระจายกว้างเข้าสู่สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างข้าวแกง ทำให้เมื่อประชาชนมีรายได้เท่าเดิม แต่ต้องเจียดเงินไปจ่ายค่าพลังงานและค่าขนส่งที่แพงขึ้น ส่งผลให้เงินที่จะนำไปใช้จ่ายในภาคธุรกิจอื่นๆ ลดลง เม็ดเงินไม่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็น” นายนณริฏ กล่าว

นายนณริฏ กล่าวว่า ทิศทางต่อจากนี้หลังจากสหรัฐมีการเลือกตั้งกลางเทอมที่เพิ่งรู้ผลแพ้ชนะไปนั้น ก่อนหน้าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามชูนโยบายยึดข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์และแร่ยูเรเนียมในอิหร่าน หวังใช้เป็นผลงานสร้างคะแนนนิยม แต่ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้อย่างยับเยินทั้งในสภาสูง และสภาล่าง ซึ่งความพ่ายแพ้นี้ไม่ได้มาจากพรรคเดโมแครตมีข้อเสนอที่ดีกว่า แต่เกิดจากรีพับลิกันสะดุดขาตัวเอง เนื่องจากสโลแกน Make America Great Again ไม่สามารถตอบโจทย์ประชาชนที่ต้องเผชิญกับภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจหลักของผู้ลงคะแนน โดยในระยะปานกลาง มองว่าเป็นข่าวดี เพราะจากนี้จะเข้าสู่โหมดทำคะแนนเตรียมเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอีก 2 ปีข้างหน้า ปัญหาค่าครองชีพจะกลายเป็นโจทย์หลัก ทำให้พรรครีพับลิกันจำเป็นต้องลดความแข็งกร้าว และหาทางปิดจบสงครามกับอิหร่านให้ได้ ส่งผลให้คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานโลกมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลง

นายนณริฏ กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่ควรจะมีการจับจ่ายใช้สอยสูงแต่กลับเผชิญบรรยากาศที่ไม่สดใสจากหลายปัจจัยลบซ้อนทับ ทั้งค่าน้ำมันเครื่องบินที่แพงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวมีต้นทุนการเดินทางที่สูงกว่าปกติ ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรง ซึ่งถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาความไม่พร้อมภายในประเทศเอง โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิที่ไม่พร้อมรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก และปัญหาคาร์โก้แตกจนเห็นภาพกองสินค้าตกค้างจำนวนมากจนน่ากังวลจะกระทบกับภาคธุรกิจ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นทั้งตลาดส่งออก และการท่องเที่ยว ที่ไทยเริ่มเผชิญความจำเจซ้ำซากและราคาท่องเที่ยวที่แพงขึ้น ขณะที่คู่แข่งในภูมิภาคอย่าง เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เร่งยกระดับการท่องเที่ยวแรงขึ้น

Advertisement

นายนณริฏ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องยอมรับแล้วว่า เครื่องมือรัฐบาลเริ่มหมดพลัง กลไกเดิมที่ไทยใช้พยุงราคา อาทิ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือการลดภาษีสรรพสามิต สามารถทำได้อย่างจำกัดมากขึ้น ขณะที่ พ.ร.บ.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมตั้งเป้าใช้วงเงิน 200,000 ล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ต้องถูกเจียดมาช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพบางส่วน ซึ่งที่ผ่านมากว่า 20 ปีนั้น ประเทศไทยได้รับบทเรียนในด้านวินัยการคลังมามากมาย เพราะตอนนี้ศักยภาพทางการคลังของไทยในปัจจุบันเข้าขั้นใกล้ถังแตกแล้ว เนื่องจากการดำเนินนโยบายตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เน้นแต่การใช้จ่ายเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่เคยจัดเก็บภาษีสะสมเพิ่มในช่วงเศรษฐกิจดี ส่งผลให้เสถียรภาพทางการคลังอ่อนแอ และหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูง การทำนโยบายช่วยประชาชนต้องเน้นเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไม่ใช่การกระตุ้นแบบปูพรม จัดลำดับความสำคัญใหม่ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด