กนอ. ขีดเส้น 9 พ.ย. ให้ผู้เช่าเคลียร์น้ำเสียมาบตาพุด ลุยตรวจโรงงานเคมี-ชุบโลหะสกัดสารตกค้างซ้ำรอย
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำในบ่อคอนกรีตเบื้องในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ ผลตรวจพบว่าน้ำมีสภาพเป็นกรดและมีโลหะหนักหลายชนิดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งที่ใช้อ้างอิง รวมถึงพบสังกะสีในดินบริเวณบ่อสูงกว่าเกณฑ์อ้างอิง ทั้งนี้ ยืนยันว่าสภาพน้ำดังกล่าวเป็นน้ำที่ตกค้างภายในบ่อ มิใช่น้ำที่ระบายออกสู่ภายนอก และในปัจจุบันยังไม่มีผลตรวจยืนยันว่ามีน้ำเสียรั่วซึมจากบ่อลงสู่ดินหรือน้ำใต้ดินแต่อย่างใด
เพื่อควบคุมความเสี่ยงอย่างเร่งด่วน กนอ. ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้เช่าพื้นที่ปัจจุบันเร่งดำเนินมาตรการป้องกัน พร้อมจัดทำแผนสูบน้ำเสียจากบ่อไปจัดเก็บในถังที่เหมาะสมภายในพื้นที่ โดยเริ่มจากบ่อที่ไม่มีวัสดุปกคลุมเป็นลำดับแรก ห้ามเคลื่อนย้ายน้ำเสียออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และกำหนดให้จัดส่งแผนปฏิบัติการพร้อมระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 3 วัน ซึ่งบริษัทมีกำหนดเข้าชี้แจงรายละเอียดต่อ กนอ. ในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2569
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของทุกฝ่าย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมแล้ว ขณะที่ กนอ. จะจัดให้หน่วยงานตรวจสอบอิสระ (Third Party) เข้าเก็บตัวอย่างน้ำและดินบริเวณบ่ออย่างช้าไม่เกินวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 พร้อมประสานการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน กนอ. ได้มีหนังสือถึงผู้ประกอบกิจการเดิมและผู้เช่าพื้นที่ปัจจุบัน เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานประกอบภายใน 3 วัน นำมาพิจารณาสาเหตุ ความรับผิดชอบ และแนวทางจัดการน้ำเสียให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวซ้ำรอย กนอ. ได้สั่งการด่วนให้สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ เร่งสำรวจและตรวจสอบโรงงานกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกระบวนการชุบเคลือบโลหะและใช้สารเคมีล้างผิวโลหะ รวมถึงโรงงานที่มีปริมาณของเสียอันตรายสูง ให้ตรวจสอบสภาพการจัดเก็บ ปริมาณของเสียคงเหลือ และหลักฐานการนำออกไปบำบัดหรือกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
“กนอ. ยืนยันว่าได้ดำเนินการและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งสื่อสารความคืบหน้าให้ผู้ประกอบการ ชุมชนโดยรอบ และประชาชนทราบเป็นระยะ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของพื้นที่” ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวปิดท้าย

