หน้าแรก เศรษฐกิจ ที่นอน &#8211...

ที่นอน – หมอน ยางพารา ยอดขายพุ่ง 300 ล้านบาท ย้ำผลิตไม่ทัน

5.03.16 | 16:20 น.

ในแวดวงยางพาราบ้านเรา ชื่อเสียงของ ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ ม.อ. วิทยาเขตปัตตานี เป็นที่รู้จักกันดี เพราะนอกจากจะมีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องยางแล้ว ยังเป็นเจ้าของผลงานนักวิจัยผลิตภัณฑ์ยางพาราดีเด่น ของสมาคมส่งเสริมการวิจัย ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งครอบครัวก็มีโรงงานแปรรูปยางพารา ในนาม บริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรม (1971) จำกัด ผู้ผลิตหมอนยางพาราเพื่อสุขภาพระดับมาตรฐานสากลแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับยางกันมาหลายชั่วอายุคน นักวิชาการท่านนี้ถือเป็นรุ่น 4 โดยคุณพ่อของเขาคือ “ดร.บุญธรรม นิธิอุทัย” ผู้ก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ. กูรูด้านยางอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

เน้น “นวัตกรรม” ตั้งแต่ต้น

จุดเด่นของบริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรมฯ ที่มีอายุกว่า 50 ปี คือการนำนวัตกรรมและนำผลงานการวิจัยมาใช้ในการผลิตสินค้าอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น หัวข้องานวิจัยเรื่อง ปัจจัยทางโครงสร้างมหภาคต่อความสามารถในการรับแรงของฟองธรรมชาติ กลไกการแห้งของฟองยางธรรมชาติ การควบคุมความแข็งของฟองยางธรรมชาติ และการวัดความสุกของฟองยางธรรมชาติ จนสามารถผลิตหมอนในรูปแบบต่างๆ กว่า 20 แบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนปกติหรือคนป่วย ทำให้ได้รับรางวัลและได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหลายองค์กร ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ

20160126_170838888885555

 

Advertisement

อย่างเช่น ผลงานวิจัยเรื่องวัสดุรองรับแรงกดทับอวัยวะผู้ป่วยขณะผ่าตัด ที่ผลิตจากพอลิเมอร์หุ้มยางพารา อันเป็นผลิตภัณฑ์วัสดุรองรับผู้ป่วย ลดการเกิดแผลกดทับ ซึ่งได้รางวัลเหรียญทองจากการเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการ ในงาน “42nd International Exhibition of Inventions of Geneva” ที่กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดย ดร.ณัฐพงศ์วิจัยร่วมกันกับ ผศ.พญ.นลินี โกวิทวนาวง จากคณะแพทยศาสตร์ ม.อ.

ดร.ณัฐพงศ์ให้ข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์แปรรูปยางพาราของบริษัทที่ทำทั้งที่นอนและหมอน ใช้น้ำยางพาราไม่มากนัก ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้น้ำยางข้นจากสวนยาง 3,000-5,000 ไร่ คิดเป็นปริมาณน้ำยางข้น 200 ตันต่อเดือน และคิดเป็นน้ำยางดิบ 500 ตันต่อเดือน เนื่องจากเน้นการใช้เทคนิคตีฟองให้ยางมีคุณสมบัติฟองน้ำยืดหยุ่นแต่เบา เพื่อไม่ให้มีน้ำหนักมากเกินไป ควบคู่กับการวิจัยด้านคุณภาพดี ความทนทาน การกระจายแรง การกดทับ รวมถึงการออกแบบเพื่อพัฒนาให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ โดยเน้นตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนชอบมาก ส่งผลให้แต่ละเดือนมีคำสั่งซื้อหมอนมากถึง 80,000 ใบ

จากนโยบายของบริษัทที่เน้นนวัตกรรมและเจาะกลุ่มลูกค้า ทำให้ในแต่ละปีมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตลอดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่นอนและหมอน ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบยางพาราได้ถึง 5 เท่า โดยปีที่ผ่านมามียอดขายสูงถึง 300 ล้านบาท ซึ่งแบรนด์ที่นอนฟองน้ำใหม่อย่าง “Original” ที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม มีมูลค่าตลาดประมาณปีละ 40 ล้านบาท เติบโตปีละ 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นการโตตามตลาดจีน เนื่องจากพาร์ตเนอร์ที่จีนบุกตลาดที่นั่นมาก ใช้ชื่อแบรนด์ “ยูนิเท็กซ์”

IMG_8286505050

“บริษัทเรารับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เช่น สลัมเบอร์แลนด์ ดันล้อปพิลโล่ เนเจอร์โฟม ยูนิเท็กซ์ ฯลฯ สรุปคือโออีเอ็มถึง 75 เปอร์เซ็นต์
สินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในตลาดเกาหลี รัสเซีย และจีน และในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน เมื่อปี 2558 ได้มีการโปรโมตสินค้าแบรนด์ปาเท็กซ์ ในเว็บไซต์ Taoboa ของอาลีบาบาในประเทศจีนเป็นเวลา 3 วัน สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 10 ล้านบาท สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการแข่งขัน คุณภาพ เทคโนโลยี และความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่เติบโต จนได้รับการยอมรับในตลาดโลก ซึ่งเป็นผลมาจากงานวิจัยและพัฒนา”

เล็งทำส้วมเพื่อผู้สูงอายุ

ดร.ณัฐพงศ์เล่าว่า แต่ก่อนปีหนึ่งทางบริษัทผลิตหมอนไม่ถึง 10,000 ใบ ต่อเดือน แต่พอนักท่องเที่ยวจีนทะลักมาเที่ยวไทย เดือนหนึ่งผลิต 70,000-80,000 ใบ บางคนซื้อที่นอนไปด้วย ปัจจุบันบริษัทส่งออกไปขายเกือบ 20 ประเทศทั่วโลก มีทั้งแบรนด์ของบริษัทเอง และที่โออีเอ็ม แต่ขายสู้ที่จีนไม่ได้ ตอนนี้ยอดส่งขายไปที่จีนถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ส่งขายไปประเทศอื่นแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ มองว่าสาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมหมอนยางพาราของไทยส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงโปรโมตด้วย ซึ่งคนจีนจะชอบหมอนประเภทกดจุดและกระตุ้น
ในบรรดาหมอน 20 กว่าแบบจากโรงงานแห่งนี้ เป็นหมอนและที่นอนยางพาราที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งรูปทรงต่างๆ บ้างก็เป็นลอนคลื่น ปุ่มปม บางแบบก็มีหนาม มีนูน โค้งเว้าแตกต่างกันไป เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักกดทับได้ตามสรีระ เป็นหมอนที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลาย เช่น หมอนสำหรับคนชอบนอนหงาย หมอนของคนที่ชอบนอนคว่ำ หรือหมอนของคนที่ชอบนอนตะแคง หรือปวดหลัง ที่นอนนิ่ม ที่นอนแข็ง โดยมีหมอนสุขภาพที่บริษัทคิดค้นมาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เป็นตัวยืนพื้นสำหรับคนทั่วไป

ดร.ณัฐพงศ์บอกด้วยว่า กำลังติดต่อประสานกับทาง SCG เพื่อทำงานวิจัยส้วมสำหรับผู้สูงอายุ ในลักษณะเป็นเจล เป็นส้วมแบบนิ่ม หลังจากนั้นค่อยผลิตขาย นอกจากนี้ ได้ขยายโรงงานสร้างอาคารใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตอีก 30 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าน่าจะใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท รวมค่าเครื่องจักรอีก 4-5 ล้านบาท

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีบรรดากลุ่มวิสาหกิจชุมชนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะในภาคใต้หันมาผลิตที่นอนและหมอนยางพารากันเยอะขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาน้ำยางตกต่ำ และรัฐบาลเองก็ส่งเสริมให้มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเติบโตแบบก้าวกระโดด

20160126_175959

ประเด็นนี้ ดร.ณัฐพงศ์มองว่า ปัจจุบันหมอนยางพาราเป็นที่ต้องการของตลาดมาก ซึ่งเกินความสามารถในการผลิตของบริษัท ส่งผลให้เกิดโรงงานใหม่ภายในประเทศนับสิบโรงงาน ต่างจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่มีเพียง 2 โรงงาน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ การเกิดใหม่ของวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตหมอนยางพาราจนสามารถตั้งตัวได้ในเวลานี้เนื่องจากกำลังผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ในขณะเดียวกัน ด้วยนโยบายเปิดนวัตกรรมเปิดผลงานวิจัยของบริษัทให้เป็นความรู้ต่อสาธารณะ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้และกระบวนการทำฟองยางธรรมชาติกันทั่วไป จนทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว

“โรงงานเราทำมานาน สามารถผลิตสินค้าใหม่ๆ ที่มีนวัตกรรมได้ตลอด เพราะเราเชี่ยวชาญเรื่องงานวิจัยและมีโนว์ฮาวที่ลึกกว่า ฉะนั้น เลยไม่กลัวเรื่องใครมาก๊อบปี้ แต่ก่อนเราบ้าจดสิทธิบัตร แต่รู้แล้วว่าสิทธิบัตรไม่ใช่ทางออก ตอนนี้ใครอยากก๊อปก็ก๊อปไป เราสามารถทำให้ก๊อปได้เรื่อยๆ อีกอย่างแบรนด์เราอย่างปาเท็กซ์ เป็นแบรนด์ที่รับรู้กันมาตั้งแต่สมัยพ่อสมัยแม่ว่าเป็นที่นอนที่ทนทาน แข็งแรง แข็งไม่ยุบ ขณะที่แบรนด์ใหม่อย่างออริจินอลเน้นงานวิจัยที่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ พูดได้ว่าบริษัทเรายังคงรักษาความเป็นผู้นำได้เสมอจากปริมาณงานวิจัยที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง”

ทำสีน้ำจากยางพารา

ดร.ณัฐพงศ์บอกว่า การที่ยางพาราราคาตกก็เป็นผลดีกับโรงงาน ซึ่งทางบริษัทก็มีโรงงานที่ทำน้ำยางข้นเอง พร้อมกับรับซื้อน้ำยางจากเกษตรกรด้วยในราคากิโลกรัมละ 15-18 บาท แต่ตอนราคายางขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 140-180 บาท ก็ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ราคาขายหมอนและที่นอนยางพาราไม่ได้ขึ้นลงตามราคายางแต่อย่างใด โดยราคาขายนั้นขึ้นอยู่กับสถานที่ แบรนด์ และความพึงพอใจของลูกค้าด้วย อย่างในสยามพารากอน หมอน 1 ใบ ราคาอาจจะ 4,000 กว่าบาท แต่ถ้าเป็นห้างทั่วไปอาจจะแค่ 1,000-2,000 กว่าบาทเท่านั้น

IMG_8285555

ด้วยความที่เป็นนักวิชาการเชี่ยวชาญเรื่องยางพารา เขาได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับยางพารามาตลอด และด้วยความที่มีลูกเล็กๆ ถึง 3 คน จึงได้ไอเดียทำสีน้ำจากยางพาราขึ้น พร้อมตั้งชื่อเท่ๆ ว่า สีน้ำ “jonjon” หรือ “จ้นจน” เป็นสีจากน้ำยางพาราที่มีการคิดค้นพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เด็กๆ นำมาระบายและวาดภาพได้เหมือนสีทั่วๆ ไป แต่คุณสมบัติที่โดดเด่นของสีนี้คือ ระบายสีลงบนกระจกหรือวัสดุอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระจก บอร์ด โต๊ะ ฯลฯ ซึ่งเมื่อแห้งแล้วจะยึดเกาะแน่น หรือสามารถลอกออกมาได้ตามแบบที่วาด สามารถนำไปตกแต่งสถานที่ต่างๆ ได้ ซึ่งเหมาะกับเด็กๆ มากเพราะปลอดภัย สีน้ำยางพารามี 6 สีหลัก ชุดหนึ่งมี 6 สี ขายในราคา 399 บาท

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งที่นอนและหมอนยางพาราของ บริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรม (1971) จำกัด นอกจากจะหาซื้อได้ในห้างทั่วไปแล้ว ทางบริษัทยังมีร้านจำหน่ายในจังหวัดต่างๆ ด้วย อย่างเช่นที่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดตรัง และที่กรุงเทพฯ สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 0-7521-5360, 08-1893-9077

ข้อมูล : เส้นทางเศรษฐีออนไลน์