วันนี้ (12 ก.ค.) ผศ.ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง ประจำสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กส่วนตัว ประเด็นการเดินหน้าสร้างระบบขนส่งโตรงสร้างพื้นฐานในขณะนี้ โดยระบุว่า
แปะไว้เลย! อีก 5 ปีมาดูกัน ว่าจะเป็น “บทเรียนที่แสนแพง” (แพงเกินไปหลายแสนล้านบาท) หรือไม่? ผมเคยให้สัมภาษณ์เปิดประเด็นความซ้ำซ้อนของโครงการบนเส้นทางระหว่างกรุงเทพ-โคราชที่รัฐบาลนี้จะทำทั้งมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงไปพร้อม ๆ กันบนเส้นทางเดียวกัน ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (https://www.matichon.co.th/news/365654)
ณ วันนี้ เป็นที่แน่นอนแล้วว่าทั้ง 3 โครงการจะเกิดแน่ (คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? การบูรณาการแผนงานมันอยู่ตรงไหน?
ผมไม่เคยขวางการพัฒนาเส้นทางระหว่างกรุงเทพ-โคราช (ออกจะสนับสนุนด้วยซ้ำไป) แต่อะไรคือตรรกะว่าจะต้องทำทั้ง 3 อย่างพร้อม ๆ กัน ให้มันแข่งขันแย่งลูกค้ากันเอง หากประเทศไทยของเรา ร่ำรวยขนาดนั้น แบ่งเงินไปทำเส้นทางอื่นหรืออย่างอื่นเลย จะดีกว่ามาก ปัญหาด้านอื่นไม่สำคัญหรือไม่ต้องใช้เงินหรือ?
อย่างที่ได้ให้สัมภาษณ์ไป “ผมก็คงได้แต่ทำใจเพราะผมไม่ได้มีอำนาจอะไรที่จะไปขวางเค้าได้ แต่ผมจะชี้ให้เห็นว่ามันกำลังจะกลายเป็นบทเรียนที่แสนแพง” บทเรียนสั้น ๆ แต่แพงมากนะ: หากมีถนนและรางเชื่อมต่อจุดต้นทางปลายทางเดียวกัน มันคือการแข่งขันกัน ไม่ใช่เสริมกัน แบ่งไปทำเส้นทางอื่นหรือเรื่องอื่นเลยจะดีกว่ามาก ทฤษฎี Mode Choices มันมีอยู่จริง #รอชม
ประเด็นสำคัญที่อยากให้คิดกันตอนนี้คือ
(1) อย่าไปทำแบบนี้อีกในเส้นทางอื่นๆ
(2) หันมาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างจริงจัง
สำหรับการพัฒนาระบบถนน ควรให้ความสำคัญในการใช้งบประมาณไปกับการแก้ไขปัญหาบนถนนที่มีอยู่แล้ว (รถติด/น้ำท่วม/เป็นหลุมเป็นบ่อ/ไม่เรียบ/ไม่ปลอดภัย) มากกว่าการเร่งสร้างมอเตอร์เวย์เพื่อมาแข่งขันกับระบบรางหรือระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยงบประมาณที่เท่ากัน จะคุ้มค่ากว่ามาก และระวังโดนหลอกเรื่อง PPP (ตอนแรกบอกจะให้เอกชนร่วมลงทุนทั้งโครงการ ทำไปทำมารัฐต้องอุดหนุนค่าก่อสร้าง)
การพัฒนาประเทศอย่างพอเพียงและยั่งยืน ไม่ใช่การตัดถนนเพิ่มและไม่ใช่การทำให้คนจนซื้อรถได้ แต่เป็นการทำให้คนรวยหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

