นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวในงานสัมมนาพลังเครือข่ายสมาคมการค้า (The Power of Networking) จัดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมโกลเดิน ทิวลิป ว่ากรมฯ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส่งเสริมให้มีการสร้างเครือข่ายระหว่างสมาคมการค้า และจัดทำยุทธศาสตร์ตามรายกลุ่มธุรกิจ ในระยะกลางเป็นเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) เพื่อให้แต่ละกลุ่มของสมาคมธุรกิจมีทิศทาง แผนงาน และเป้าหมายชัดเจน สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ จากเดิมแต่ละสมาคมการค้าจะทำงานของตัวเอง ไม่ได้เชื่อมข้อมูลกัน ทั้งจะเน้นส่งเสริมให้สมาคมฯจัดทำยุทธศาสตร์กลุ่มธุรกิจ ได้แก่
1.กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ 2.กลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และ3.กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวม 30 สมาคม โดยกรมฯ จะส่งผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา เพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์ ศึกษาดูงานความเป็นไปได้ขยายการค้าการลงทุนที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอยุทธศาสตร์ และร่วมกันคัดเลือกยุทธศาสตร์ต้นแบบ 1 กลุ่มธุรกิจ เพื่อนำสู่การปฏิบัติจริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม คาดยุทธศาสตร์จะแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้
นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีสมาคมการค้าจดทะเบียนกับกรมฯ 2,810 สมาคม ซึ่ง 1,000 กว่าสมาคมเป็นสมาคมการค้าสลาก และอีก 900 กว่าสมาคม เป็นสมาคมธุรกิจการค้า ซึ่งมี 834 สมาคม ที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย กล่าวว่า สภาฯมีสมาชิกอยู่ 145 สมาคมการค้า และมีสมาชิกทั่วประเทศรวม 95,431 ราย การสร้างเครือข่ายสมาคมการค้าครั้งนี้และสร้างยุทธศาสตร์ขึ้นมา จะทำสอดคล้องกับแนวทางและนโยบายของสภาฯ ที่มีอยู่แล้ว เน้น 3 กลุ่มหลัก คือ การค้าและการลงทุน เกษตรและอาหาร ท่องเที่ยวและบริการ ตามนโยบายเทรด แอนด์ เซอร์วิส 4.0 ซึ่งใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจทวีความสำคัญและมีหลายระดับ ในภาวะการค้าแข่งขันกันอย่างรุนแรง เช่น ระดับภูมิภาค พหุภาคี ทวิภาคี การร่วมกลุ่มกันของสมาคมการค้าจะเสริมความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ได้ปรับบทบาทมาอำนวยความสะดวกทางธุรกิจมากกว่าจะเป็นผู้ควบคุมดูแล ทั้งนี้เห็นว่าแผนงานของสภาหอการค้าฯ สอดรับกับแผนงานของกระทรวงฯ เช่น การส่งเสริมธุรกิจด้วยนวัตกรรม การส่งเสริมภาคบริการ จุดร่วมนี้ทั้งสองฝ่ายสามารถดำเนินงานร่วมกันให้เกิดความแนบแน่นต่อไปได้
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวบรรยายเรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อมุ่งสู่เทรด แอนด์ เซอร์วิส 4.0 ว่า การลงทุนด้านข้อมูลจะช่วยลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ การใช้ข้อมูลมหาศาล (บิ๊ก ดาต้า) วิเคราะห์ธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มนั้น จะต้องเริ่มจากเก็บข้อมูลเล็กๆ ย่อยๆ (สมอลล์ ดาต้า) ในแต่ละองค์กรก่อน นำข้อมูลมาประกอบกันทำโมเดลธุรกิจใหม่ๆ คาดการณ์ว่าเมื่อภาคธุรกิจนำข้อมูลมาใช้อย่างเต็มที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)เพิ่มขึ้น 0.82% ดังนั้นสมาคมการค้าควรจะร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และมีการรักษาความลับ ให้สมาชิกสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกัน ขณะเดียวกันภาครัฐควรเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับสาธาณะและภาคธุรกิจให้มากขึ้น

