“กรมชล”สั่งชลประทานทั่วประเทศเตรียมรับมือฝนตกหนัก

18.07.17 | 15:51 น.

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และประเทศเมียนมา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำยม บริเวณจ.แพร่ ค่อนข้างมาก ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สถานีY.20 อ.สอง จ.แพร่ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 880 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลลงสู่อ.เมืองแพร่ ในช่วงวันที่ 19 กรกฎาคม ก่อนจะไหลลงสู่ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ในช่วงเช้าของวันที่ 21 กรกฎาคมตามลำดับ ซึ่งกรมชลฯจะใช้ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ บริหารจัดการน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจในเขตเมืองสุโขทัย โดยที่ผ่านมาได้มีการเตรียมพร้อม ด้วยการลดระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ไว้รองรับน้ำที่จะมาจากทานตอนบน เมื่อน้ำมาถึงแล้วจะผันน้ำส่วนหนึ่งออกไปทางคลองยม-น่าน 100 ลบ.ม.ต่อวินาที อีกส่วนจะหน่วงไว้บริเวณเหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ในอัตรา 200 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยจะระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ในอัตรา 600 ลบ.ม.ต่อวินาที จากนั้นจะผันน้ำเข้าคลองเล็กคลองน้อยอีกประมาณ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้เหลือปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านลงสู่ตัวเมืองสุโขทัยประมาณ 450 – 500 ลบ.ม.ต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในแม่น้ำยมบริเวณอ.สอง มีแนวโน้มลดลงแล้ว และยังไม่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งแต่อย่างใด

นายทองเปลว กล่าวว่า สำหรับที่จ.น่าน ฝนที่ตกหนักส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ที่สถานี N.1 เขตเทศบาลเมืองน่าน มีน้ำไหลผ่าน 966 ลบ.ม.ต่อวินาที แนวโน้มระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ทั้งหมด ส่งผลดีต่อเขื่อนสิริกิติ์ ที่ปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ทำให้มีปริมาณน้ำเก็กกักเพิ่มมากขึ้น ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานีC.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 1,287 ลบ.ม.ต่อวินาที แนวโน้มลดลงเล็กน้อย ประกอบกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังที่จะไหลมาสมทบมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มทรงตัว กรมชลฯได้ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,287 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ยังคงมีน้ำท่วมที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำนอกคั้นกั้นน้ำบางพื้นที่ ในเขตอ.เสนา อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งกรมชลฯๆได้ทำการควบคุมปิด-เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

“กรมชลฯได้ให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เสียงภัยน้ำท่วม ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมทางด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำต่างๆ ให้มีความพร้อมรับสถานการณ์ได้ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดปัญหาน้ำท่วม สำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือหรืออยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ สามารถติดต่อมาได้ที่ศูนย์ SWOC โทร.สายด่วน 1460”นายทองเปลว กล่าว