หน้าแรก เศรษฐกิจ ก.ล.ต. สั่งพั...

ก.ล.ต. สั่งพักงานกก.ผจก.บริษัท ชัยวัฒนา ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ-ระมัดระวัง

21.07.17 | 18:13 น.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ว่า ก.ล.ต.ได้ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับอดีตกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (CWT) รวม 6 ราย ได้แก่ (1) นายวีระพล ไชยธีรัตต์ (2) นางวนิดา สิกขมาน (3) นางสาวณัฏฐ์สิชา ภาภัคธนานันท์ (4) นายธีระวัฒน์ ภู่ไพบูลย์ (5) นายชัชนนท์ โสภาจันทร์ และ (6) นายณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวัง เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 3,000,000 บาท

ก.ล.ต. ตรวจสอบการดำเนินการของ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป พบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 กรรมการของ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป รวม 6 ราย ได้ร่วมกันพิจารณาและอนุมัติให้บริษัทย่อยของ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป เข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทจำกัดแห่งหนึ่งจากผู้ขายในมูลค่า 70 ล้านบาท โดยมีข้อตกลงในการชำระเงิน ณ วันทำสัญญาประมาณร้อยละ 70 และเงินส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 30 จะชำระเมื่อผู้ขายหุ้นได้ดำเนินการทุกอย่างตามข้อตกลงแล้วเสร็จ อย่างไรก็ดี หลังจากการอนุมัติเข้าลงทุนเพียง 12 วัน กรรมการทั้ง 6 ราย ได้ตัดสินใจให้ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป ชำระเงินส่วนที่เหลือทั้งหมด ทั้งที่ผู้ขายยังไม่ได้ดำเนินการเรื่องต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งก่อนการทำข้อตกลง กรรมการอยู่ในสถานะที่จะทราบว่า ผู้ขายไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวได้ เป็นผลให้ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการต้องดำเนินการในส่วนที่เหลือเอง

การกระทำของอดีตกรรมการและผู้บริหารทั้ง 6 ราย เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวัง จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 89/7 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีระวางโทษอาญาตามมาตรา 281/2 วรรคหนึ่ง และมาตรการลงโทษทางแพ่งตาม 317/1 มาตรา 317/4 และมาตรา 317/5 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาบังคับใช้กับผู้กระทำผิดทั้ง 6 ราย และผู้กระทำผิดทั้ง 6 ราย ได้ทำบันทึกยินยอมรับมาตรการลงโทษทางแพ่งและปฏิบัติตามบันทึกยินยอมดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ดังนี้ (1) นายวีระพล (2) นางวนิดา (3) นางสาวณัฏฐ์สิชา (4) นายธีระวัฒน์ (5) นายชัชนนท์ และ (6) นายณรงค์ฤทธิ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งรายละ 500,000 บาท

นอกจากการถูกลงโทษด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งดังกล่าวแล้ว ก.ล.ต. ยังสั่งห้ามมิให้นายวีระพล เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นเป็นเวลา 6 เดือน และสั่งห้ามมิให้นางวนิดา นางสาวณัฏฐ์สิชา นายธีระวัฒน์นายชัชนนท์ และ นายณรงค์ฤทธิ์ เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น[1] เป็นเวลา 3 เดือน

Advertisement