หน้าแรก เศรษฐกิจ ระทึก!ลุ้นอีย...

ระทึก!ลุ้นอียูปลดใบเหลืองไอยูยูไทย-หลังเจ้าหน้าที่อียูอ่อยไทยแก้ปัญหาได้ถูกทาง

25.07.17 | 20:59 น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของสภาพยุโรป (อียู) ที่เข้ามาตรวจการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม (ไอยูยู) ระหว่างวันที่ 5-14 กรกฎาคม 2560 นั้น ระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยแก้ปัญหาไอยูยูได้ถูกทางแล้ว เพียงแต่ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม อาทิ เจ้าหน้าที่ยังขาดประสบการณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการฝึกฝน การบังคับใช้กฎหมายและการใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตามอียูจะส่งทีมเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับ ของไทยในเดือนตุลาคมนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาอียูยังไม่ได้ลงมาตรวจสอบว่าระบบการทำงานมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน และหลังจากนั้นในเดือนมกราคม 2561 ทางอียูจะส่งทีมงานชุดใหญ่มาติดตามการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทยอีกครั้ง

“ในเดือนกรกฎาคม อียูตรวจสอบแต่เรื่องกองเรือ กฎหมายต่างๆ และการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น ซึ่งทางอียูเห็นว่ากรอบการแก้ไขปัญหาของไทยดีแล้ว และเจ้าหน้าที่ของอียูที่เดินทางมาเขาก็อยากจะช่วยเหลือประเทศไทย แต่การที่เราออกข่าวไปก่อน ก็เหมือนไปดักทางผลตัดสินเขาไว้แล้ว ซึ่งตรงนี้ระวังให้ดี เพราะอียูจะอ่อนไหวกับข่าวที่ออกมามาก นอกจากนี้ตนยังไม่เคยพูดเรื่องใบเขียว ใบเหลือง ใบแดง ตนพูดว่าวันนี้ประเทศไทยจะไปสู่การทำประมงแบบยั่งยืนให้ได้ ซึ่งแนวทางการทำประมงแบบนี้อียูเห็นชอบว่าถูกต้อง เนื่องจากจะนำไปสู่ความยั่งยืน”พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทยที่ทางอียูมีความพอใจมาก ได้แก่ 1.การประกาศใช้พระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การประมง (ฉบับปรับปรุง) 2560 ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่เข้มแข็งมาก เพราะได้แก้ไขช่องโหว่ของการบังคับใช้พ.ร.ก.ปี2558 2.ไทยสามารถให้ภาพกองเรือที่ชัดเจน และสามารถลดจำนวนเรือที่อยู่ในกลุ่มไม่ถูกกฎหมายเหลือ 1,336 ลำ ซึ่งยังต้องสำรวจสถานะต่อไปว่าเรือเหล่านี้อยู่ที่ใด และตัวเรือมีจริงหรือไม่ ซึ่งหากไทยเร่งสำรวจจำนวนเรือกลุ่มนี้ให้เสร็จ จะถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการปฎิรูปภาคประมง ที่จะทำให้อียูมั่นใจว่าไทยสามารถควบคุมเรือประมงได้ทุกลำทุกกล่มทั้งในและนอกลำน้ำ ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย 3.การทำงานของศูนย์เฝ้าระวังการทำประมง(เอฟเอ็มซี) ซึ่งมีการพัฒนาระบบการทำงานดีขึ้นมา สามารถติดตามเรือประมงได้ตลอดเวลามากขึ้น

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะที่สิ่งที่อียูกังวลเกี่ยวกับไทย คือ ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ เพราะถึงแม้จะมีกฎหมายที่เข้มแข็ง มีศูนย์เอฟเอ็มซี ที่มีประสิทธิภาพ แต่การบังคับใช้กฎหมาย และการใช้กลไลอย่างเต็มประสิทธิภาพแต่ก็ยังอ่อนแอ เพราะเจ้าหน้าที่ขาดความสามารถในการวิเคราะห์และการตรวจจับพฤติกรรมของเรือ รวมถึงขาดความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้สถติตการจับกุมต่ำ ทั้งที่มีการตรวจเรือจำนวนมาก รวมถึงยังมีเรื่องของการตรวจสอบย้อนกลับ และการเฝ้าระวังเรือขนถ่ายทั้งเรือไทยและเรือต่างประเทศในเส้นทางขนส่งทูน่า และการนำทูน่าขึ้นที่ท่าไทย ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น