นายรัชกร ชยาภิรัต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีเอ็มบี เปิดเผยว่า แนวโน้มการทำธุรกรรมผ่านอิเล็คทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการใช้พร้อมเพย์ และนโยบายเนชั่นแนลอีเพย์เม้นท์และการใช้เครื่องรูดบัตรเครดิต (อีดีซี) รวมถึงการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด ที่ธนาคารต่างๆ กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรม โดยในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาธนาคารทหารไทยได้พัฒนาบัญชีธุรกิจ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี วันแบงก์ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งบัญชีวันแบงก์จะให้ลูกค้าเอสเอ็มอีโอน รับ จ่ายข้ามธนาคาร ข้ามเขตทันที ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่จำกัดจำนวนเงินผ่านแอพลิเคชั่น ทีเอ็มบี บิสสิเนส ทัช โดยตั้งเป้าบัญชีเป็น 100,000 บัญชีภายในปีนี้ จากปัจจุบันมีฐานบัญชีแล้ว 65,000 บัญชี ทั้งกลุ่มฐานลูกค้าเอสเอ็มอีเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ในกลุ่มสตาร์ทอัพ โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้งที่จำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์
นายนำโชค เสียมหาญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็กหรือมีรายได้ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยมาจากสัญญาณลูกค้าที่ฟื้นตัวขึ้น กำลังซื้อผู้บริโภค ราคาสินค้าเกษตรบางรายการปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการส่งออกและการอัดฉีดของภาครัฐที่นำเงินเข้าสู่ระบบ ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มดีขึ้น เริ่มเห็นสัญญาณเอ็นพีแอลทรงตัว และสามารถควบคุมคุณภาพลูกหนี้ได้ โดยเฉพาะลูกค้าเอสเอ็มอีระดับกลางที่มีรายได้ 100-1,000 ล้านบาท

