ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา “ปลุกไทยคิดไกลดีดตัวรับ วัน เบลท์ วัน โรด นำไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์โลก” ว่า วัน เบลท์ วัน โรด ( One Belt One Road) ของจีน ซึ่งมีมูลค่าการลงทุน 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นหัวใจ และโลกทั้งโลกจับตาดู เพราะเป็นส่วนเชื่อมทั้งทางบก ทะเล พาดผ่านเชื่อมหลายประเทศและทวีปเข้าด้วยกัน ตั้งแต่อาเซียน เอเชีย แอฟริกา ไปจนถึงยุโรป เกี่ยวข้องกับ 64 ประเทศทั่วโลก เชื่อมผู้คน 4,500 ล้านคนเข้าด้วยกัน เส้นทางนี้มีอิทธิพลอย่างมากในโลก มีผลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และปฏิเสธไม่ได้ว่าเส้นทางนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและสร้างประโยชน์โดยตรงกับธุรกิจบริการโลจิสติกส์ไทยอย่างแน่นอน ดังนั้นไทยต้องใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ที่มีที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของอาเซียน และโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่มีศักยภาพ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ ธุรกิจโลจิสติกส์ซึ่งจดทะเบียนนิติบุคคลมีอยู่ 21,763 ราย ต้องเรียนรู้รับการเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงให้รับการแข่งขัน โดยโลจิสติกส์คือปัจจัยใหญ่ที่ทำให้ธุรกิจแข่งขันได้
“ในทางการเมืองมีคนโจมตีรัฐบาลเยอะเรื่องทำรถไฟความเร็วสูงหนองคาย-กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ถ้าไม่ใช่รัฐบาลนี้จะไม่เกิดรถไฟความเร็วสูง เพราะติดกฎหมายจำนวนมาก ถ้าไม่ใช่รัฐบาลนี้ที่จะทำรถไฟความเร็วสูง เราจะตกขบวนวันเบลท์วันโรด หากไทยเข้าเส้นทางนี้ไม่ได้ ลองหลับตาดูว่าเส้นทางเชื่อม 4-5 ภูมิภาคนี้ เราจะอยู่ตรงไหนของโลก ทุกท่านต้องใช้ประโยชน์จากเส้นทางนี้ และมองจะเชื่อมโยงธุรกิจอย่างไร”
นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้กล้าลงทุนมหาศาลกับโลจิสติกส์ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม ตั้งแต่รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง กำลังจะมีการเชื่อมโยงกรุงเทพ-ระยอง ไปจนถึงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งถือเป็นไข่แดงของไทย หากไม่มีอีอีซีไทยจะไม่มีวันแข่งขันกับเวียดนามได้ โดยอีอีซีไทยได้ประกาศให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน และยังนับเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทั้งทางอากาศ ทะเล และบก ในการเชื่อมภูมิภาค โยงไปถึงจีน และเส้นทางวันเบลท์วันโรด

