ถือว่าเป็นค่ายรถยนต์ที่ปรับตัวได้ดีค่ายหนึ่งสำหรับ มินิ แม้ว่าก่อนหน้านี้เมื่อพูดถึงรถมินิ ทุกคนจะนึกถึงรถยนต์ไซซ์เล็ก แต่ขอโทษสมรรถนะไม่มินิแบบชื่อ แต่กลับจี๊ดจ๊าด ไม่คิกคุเหมือนรูปร่างหน้าตา เพราะมาแบบจัดเต็มทั้งเครื่องยนต์และช่วงล่าง
มาถึงมินิยุคใหม่ ใครเห็นก็ต้องบอกว่ามาแบบเหนือเมฆ เพราะนอกจากจะคงเอกลักษณ์ของมินิที่ผู้คนชวนหลงใหลไว้ครบถ้วนแล้ว ยังเพิ่มเติมในอีกหลายเรื่อง เช่น ความกว้างขวาง การตกแต่งภายในให้ดูทันสมัย กลายมาเป็นรถอเนกประสงค์สไตล์มินิ

อย่างเช่น มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ พัฒนาจากรถยนต์ขนาดเล็ก ไปสู่รถยนต์อเนกประสงค์ พรีเมียม คอมแพกต์ในรูปแบบ สปอร์ต แอคทิวิตี้ เวฮิเคิล (Sport Activity Vehicle) ยังคงให้ความรู้สึกแบบ โก-คาร์ท ฟีลลิ่ง (go-kart feeling) ดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกและภายใน รวมถึงเทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบเดินทาง ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้แต่ใช้งานในชีวิตประจำวันสำหรับการขับขี่ในเมือง
สำหรับ มินิ คันทรีแมน ใหม่นี้ เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 วางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ มินิ คูเปอร์ คันทรีแมน, มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน และมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม (MINI Cooper S Countryman Hightrim) รายละเอียดต่างกันไปทั้งเครื่องยนต์และออปชั่นภายนอก-ภายใน

มินิ คันทรีแมน เจเนอเรชั่นใหม่นี้ เพิ่มสัดส่วนความยาวขึ้น 20 เซนติเมตร กว้างเพิ่มขึ้น 3 เซนติเมตร และฐานล้อเพิ่ม 7.5 เซนติเมตร ขยับล้อทั้ง 4 ออกไปให้ชิดแต่ละมุมมากขึ้น เพื่อการยึดเกาะถนนที่ดีตามสไตล์มินิ
ดีไซน์ภายนอกรุ่นไฮทริม รุ่นที่ทดลองขับจะเป็นไฟแบบแอลอีดี พร้อมเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ ดีไซน์วงแหวน

กระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบช่องดักลมใหม่ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น พร้อมสัญลักษณ์ S สีแดงเป็นเอกลักษณ์ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
มีราวหลังคาและราวประตูด้านล่างตกแต่งด้วยสีเงิน พร้อมซุ้มล้อตกแต่งด้วยสีดำ ด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายทรงตั้งแบบแอลอีดี ปลายท่อไอเสียแบบคู่ พร้อมแถบตกแต่งเหนือช่องป้ายทะเบียนสีดำเงา

ติดตั้งกุญแจรีโมตแบบคอมฟอร์ท แอคเซส พร้อมฟังก์ชั่นเปิดประตูท้ายด้วยเท้า เพียงมีกุญแจอยู่กับตัวก็สามารถแหย่เท้าไปยังบริเวณใต้กันชน จากนั้นประตูท้ายแบบไฟฟ้าก็จะค่อยๆ ยกตัวขึ้น แถมยังมีฟีเจอร์คนชอบปิกนิก มีเบาะนั่งปิกนิก เบนช์ (Picnic Bench) ซ่อนไว้บริเวณห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย สามารถดึงออกเพื่อใช้เป็นเบาะนั่งสำหรับสองคนได้ รวมถึงมีแผ่นยื่นออกมาปิดกันชนเอาไว้ เผื่อตัวรถเปื้อน ขากางเกงจะได้ไม่เปื้อนไปด้วย

มี เวลคัม ไลท์ (Welcome Light) ที่เรียกว่า มินิ โลโก้ โปรเจ็กเตอร์ (MINI Logo Projection) เป็นไฟส่องสว่างเป็นรูปสัญลักษณ์มินิที่พื้นข้างประตูรถเวลากลางคืน
รองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบ สปอร์ต ซีท สีดำ คาร์บอน แบล๊ก (Carbon Black) ตกแต่งด้วยลวดลาย ครอส พันช์ (Cross Punch) พร้อมระบบปรับไฟฟ้าคู่หน้าและเมโมรีบันทึกตำแหน่งเก้าอี้ เบาะนั่งด้านหลังปรับพับแยกแบบ 40:20:40 ได้ เพื่อการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รวมถึงมีพนักพิงศีรษะผู้โดยสารตอนกลางมาให้ด้วย

บริเวณคอนโซลกลางของรุ่นไฮทริมติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว สามารถควบคุมผ่านปุ่ม มินิ คอนโทรลเลอร์ (MINI Controller) พร้อมทัชแพดได้ตามสะดวก ติดตั้งเครื่องเสียง ฮาร์มาน การ์ดอน ลำโพง 12 จุดรอบคัน พร้อมฮาร์ดดิสก์ขนาด 20 กิกะไบต์ รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือได้ พร้อมพอร์ต USB และ AUX ระบบนำทางสามารถอัพเดตแผนที่ฟรี 3 ปี

หน้าจอล้อมกรอบด้วยวงแหวนไฟหลากสี เปลี่ยนลักษณะการแสดงผลตามการใช้งานในขณะนั้นได้ เช่น ในการขับขี่ปกติทั่วไป จะแสดงผลเป็นรอบเครื่องยนต์ มีแถบเรดไลน์เล็กๆ อยู่ทางขวามือ แต่เมื่อปรับความแรงลมหรืออุณหภูมิแอร์ จะแสดงระดับการปรับให้เห็นชัดเจน จากนั้นจึงค่อยกลับมาแสดงรอบเครื่องยนต์อีกครั้ง
พวงมาลัยแบบ 3 ก้านดีไซน์ทันสมัย มาพร้อมหน้าจอ มินิ เฮด-อัพ ดิสเพลย์ (MINI Head-Up Display) แสดงความเร็วรถ บริเวณแผงคอนโซลกระจกหน้าด้านคนขับ

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 แบบ รุ่นคูเปอร์ คันทรีแมน เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ทวินเพาเวอร์ เทอร์โบ กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 4,400-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-4,300 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สเตปทรอนิก อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91

ส่วนรุ่นคูเปอร์ เอส คันทรีแมน และคูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ทวินเพาเวอร์ เทอร์โบ กำลังสูงสุด 192 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สเตปทรอนิก อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 224 กม./ชม. รองรับเชื้อเพลิงแบบแก๊สโซฮอล์ 91
สำหรับราคา มินิ คูเปอร์ คันทรีแมน 2,339,000 บาท คูเปอร์ เอส คันทรีแมน 2,699,000 บาท และคูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม 2,999,000 บาท ถือเป็นรถยนต์ที่มีมาตรฐานคงเส้นคงวา ทั้งในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ ขับสนุกเร้าใจ และมีความทันสมัย ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

