“สรท.”ชี้ศก.ประเทศคู่ค้าฟื้นตัวประกาศเพิ่มเป้าส่งออกปีนี้โต5%

1.08.17 | 14:33 น.

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของมูลค่าส่งออกของไทยในปี 2560 อยู่ที่บวก 5% จากเดิม 3.5% เนื่องจากมีปัจจัยบวกสำคัญจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเป็นหลัก และความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทยมีมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าจากคู่แข่งสำคัญ ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อสินค้าไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับตัวผู้ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมต่อกระแสเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอินเตอร์ออฟติงส์ทำให้เป็นที่ต้องการของซัพพลายเชนจ์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมันดิบในตลาดที่ทรงตัว จะกดดันราคาสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง และเกิดความผันผวนระยะสั้น ผลกระทบจากกฎหมายแรงงานต่างด้าวต่อการผลิตของภาคอุตสาหกรรม และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจจะชะลอคำสั่งซื้อ

“จากการสอบถามภาคธุรกิจส่งออก มองว่าการส่งออกจะดีขึ้น และด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจคู่ค้าฟื้นตัวขึ้น จึงทำให้ปรับเพิ่มประมาณการณ์ขยายตัวส่งออกปีนี้ บวก 5% ภายใต้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยน 33.5-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมัน 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ”นางสาวกัณญภัคกล่าว และว่าส่วนเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมายังไม่เห็นผลที่ชัดเจนต่อการส่งออกขณะนี้ เพราะเจรจาคำสั่งซื้อล่วงหน้า 3 เดือน ต้องติดตามดูต่อไป หากยังแข็งค่าต่อเนื่องจะทำให้รายได้ที่แปลงเป็นเงินบาทของผู้ประกอบการลดลง อาจส่งผลให้เงินทุนผลิตสินค้าลดลงกระทบทั้งซัพพลายเชนจ์ได้ โดยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 6.8% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนกับตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ยังไม่กระทบกับตลาดยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น แต่เมื่อเทียบคู่แข่งในเอเชีย ค่าเงินอ่อนกว่าไทย ซึ่งจะส่งผลต่อการแข่งขัน

นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหารสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า การส่งออกครึ่งปีหลัง หรือ 6 เดือนหลังของปีนี้ที่เหลือ จะต้องส่งออกให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 18,841 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงจะทำให้ส่งออกทั้งปีนี้ได้บวก 5% ส่วน 6 เดือนแรกปีนี้ เฉลี่ยส่งออกได้แล้วเดือนละ 18,924 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับการส่งออกเดือนมิถุนายน 2560 ที่มีมูลค่า 20,282 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 11.7% ส่งผลให้ส่งออกครึ่งปีแรกมีมูลค่า 113,547 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 7.83% นั้น ถือว่าตัวเลขค่อนข้างดี เติบโตมากกว่าช่วงเดียวกันของ 4 ปีที่ผ่านมา และถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามีกำลังซื้อดีขึ้น เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ประเทศผู้นำเข้าหันมาสั่งซื้อสินค้าของไทยทดแทนสินค้าของคู่แข่งเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย ตลาดส่งออกหลักยังเป็นบวก และส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังเป็นที่ต้องการของตลาด

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า มีข้อเสนอแนะสำคัญในการแก้ไขปัญหาส่งออก คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกำกับดูแลให้เงินบาทมีเสถียรภาพ สถาบันการเงินมีผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมแก่เอสเอ็มอี ต้องกำหนด รูปแบบและแนวทางการบริหารจัดการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมให้เพียงพอต่อความต้องการ และ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน มีส่วนร่วมมากขึ้น ในการออกกฎหมายใหม่ และแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการไทย สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดในขณะนี้ ก็ได้สอบถาม ผู้ประกอบการซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมซึ่งอยู่ในภาคเกษตร ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรงจนต้องปรับลดตัวเลข จึงยังคิดว่าไม่กระทบกับยอดส่งออกในภาพรวม