พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเข้าไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมที่สกลนคร แล้วคาดว่าจะทำให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติได้ใน 5-6 วันนี้ โดยจากการวิเคราะห์ของกรมชลประทานเส้นทางการระบายน้ำจากหนองหาร สามารถดำเนินการได้เพียงการทางเดียว คือระบายน้ำลงสู่ลำน้ำก่ำ ดังนั้นจึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำอย่างน้อย 20 เครื่อง เพื่อดันน้ำลงลำน้ำก่ำให้เร็วที่สุด ในขณะที่ปลายลำน้ำก่ำที่จะไหลออกลงสู่แม่น้ำโขงจะต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงบ่าย วันที่ 1 สิงหาคม คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้เลย อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำในลำน้ำก่ำ จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบกับพื้นที่ริมน้ำในจ.นครพนม จึงได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเฝ้าระวัง ประกาศให้ประชาชนอย่างน้อย ในเขตพื้นที่ประมาณ 5 หมื่นไร่ รับทราบเตรียมแนวทางต้องการป้องกัน แต่เนื่องจากระยะนี้ไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาสูบน้ำลงแม่น้ำโขงจะทำได้เร็วขึ้น
“ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีน้ำในจังหวัดสกลนครลดลงถึง 20 เซนติเมตร(ซม.) ในขณะที่ในพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำยังเยอะอยู่ ในเขตตัวเมืองจะเห็นชัดว่าลดลงไป ซึ่งถ้าสูบน้ำได้หมดคาดว่าอีกประมาณ 5-6 วันสถานการณ์จะดีขึ้น “ พล.อ. ฉัตรชัย กล่าว
พล.อ. ฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 5-31 กรกฎาคม 2560 มีพื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วกว่า 3 ล้านไร่ และบางพื้นที่เสียหายบางส่วน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอีกครั้งว่าหากพบเสียหายอย่างสิ้นเชิง ก็ต้องชดเยตามระเบียบของราชการ โดยข้าวอัตราไร่ละ 1,113 บาท สมทบกับมติของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 1 สิงหาคม ที่เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงการคลัง ทั้งมาตรการภาษี มาตรการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะหารือแนวทางช่วยเหลือในส่วนของปัจจัยการผลิตต่อไป โดยเฉพาะพื้นทีนาข้าวหอมดอกมะลิที่ต้องเร่งปลูกไม่ให้เกิดกลางเดือน สิงหาคมนี้ เพื่อให้ทันต่อช่วงแสงของการออกดอกติดรวง
รายงานจากศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติกระทรวงเกษตรฯ แจ้งว่า ผลกระทบด้านการเกษตรในขณะนี้มีทั้งสิ้น 34จังหวัด เกษตรกร 468,105ราย แบ่งเป็น ด้านพืช 34 จังหวัด เกษตรกร 415,598 รายพื้นที่ประสบภัย 3.94ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 3.64ล้านไร่ พืชไร่ 2.8 แสนไร่ พืชสวนและอื่น ๆ 2 หมื่นไร่ ด้านประมง 16 จังหวัดเกษตรกร 23,211 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้้าประสบภัย 16,703 ไร่ ด้านปศุสัตว์ 10 จังหวัด เกษตรกร 29,296 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 560,561 ตัว แบ่งเป็น โค-กระบือ 69,975 ตัว สุกร 16,986 ตัว แพะ-แกะ 1,063 ตัว สัตว์ปีก 472,537 ตัว แปลงหญ้า 135 ไร่

